หน้าแรก ต่างประเทศ ไม่กลัวโทษประ...

ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ

29.06.26 | 11:40 น.
ชีค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ (แฟ้มภาพรอยเตอร์)

ไม่กลัวโทษประหาร! ชีค ฮาสินา อดีตนายกฯบังกลาเทศ ลั่นกลับปท.ปีนี้ หลังถูกมวลชนฮือขับพ้นอำนาจ

ชีค ฮาสินา อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ วัย 78 ปี ที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศอินเดีย หลังถูกพลังมวลชนโค่นลงจากอำนาจเมื่อปีเกือบ 2 ปีก่อน ประกาศว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศในปีนี้ โดยไม่หวั่นต่อคำตัดสินโทษประหารชีวิตที่ศาลบังกลาเทศสั่งลงโทษเธอในการพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ซึ่งนางฮาสินาประณามว่าคำตัดสินดังกล่าวเป็นสิ่งที่”ผิดกฎหมาย ขัดรัฐธรรมนูญ และมีแรงจูงใจทางการเมือง”

นางฮาสินากล่าวถึงความมุ่งมั่นในการจะกลับประเทศในระหว่างให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ NDTV สื่ออินเดีย เมื่อวันที่ 29 มิถุนายนว่า เธอไม่หวั่นต่อความเสี่ยงอันตรายและจะฟันฝ่าทุกอุปสรรคและทุกแผนการสมคบคิดเพื่อจะเดินทางกลับบ้าน

“ฉันขอยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรคและทุกแผนการสมคบคิดเพื่อกลับประเทศภายในปีนี้” ฮาสินากล่าวเมื่อถูกถามว่าเธอจะเดินทางกลับประเทศหรือไม่แม้ว่าจะต้องเผชิญกับโทษประหารชีวิต โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เธอระบุช่วงเวลาที่จะเดินทางกลับประเทศ หลังจากที่นางฮาสินาถูกพลังมวลชนนำโดยกลุ่มนักศึกษาลงถนนประท้วงขับไล่รัฐบาลของเธออย่างรุนแรงในเดือนสิงหาคมปี 2024 ก่อนที่นางฮาสินาจะหลบหนีออกนอกประเทศไปโดยลี้ภัยมาหลบอยู่ในประเทศอินเดีย

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ศาลธากาตัดสินโทษประหารชีวิตนางฮาสินา หลังจากชี้ขาดว่าเธอมีความผิดฐานปลุกปั่น สั่งฆ่าและล้มเหลวในการป้องกันการกระทำอันโหดร้ายป่าเถื่อนของเจ้าหน้าที่ในการใช้กำลังปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอย่างรุนแรงจนทำให้มีผู้เสียชีวิต

อย่างไรก็ดี ในการให้สัมภาษณ์กับ NDTV ฮาสินาได้ปฏิเสธคำตัดสินของศาลธากา โดยกล่าวหากระบวนการยุติธรรมของบังกลาเทศว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแก้แค้นทางการเมืองเพื่อมุ่งที่จะกำจัดความเป็นผู้นำของพรรคสันนิบาตอาวามีของเธอ “ฉันไม่กลัวตาย” ฮาสินากล่าวและว่า ความพยายามที่ผ่านมาในการจะกำจัดพรรคการเมืองของเธอนั้นประสบกับความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

Advertisement

นอกจากนี้เธอยังกล่าวถึงแผนการจะกลับประเทศของเธอว่าไม่ได้ถูกขับเคลื่อนจากความทะเยอทะยานภายในตัวของเธอ แต่เกิดจากสิ่งที่เธอเรียกว่าภารกิจที่กว้างกว่าเดิม ซึ่งก็คือการฟื้นฟูสิทธิทางการเมือง ประชาธิปไตย หลักนิติธรรม และจิตวิญญาณแห่งสงครามปลดปล่อยประเทศเมื่อปี ค.ศ. 1971

นางฮาสินายังกล่าวปกป้องพรรคสันนิบาตอาวามีว่ายังคงฝังรากลึกอยู่ในบังกลาเทศ แม้ว่าจะถูกห้ามดำเนินกิจกรรมใดๆ ก็ตาม โดยมาตรการห้ามดังกล่าวที่บังคับใช้ครั้งแรกในรัฐบาลชั่วคราวและยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงรัฐบาลนายทาริก เราะห์มาน นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศคนปัจจุบัน