หน้าแรก ต่างประเทศ สถานการณ์ ตอ....

สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ

30.06.26 | 08:20 น.
REUTERS

สถานการณ์ ตอ.กลางไม่นิ่ง ทำ น้ำมัน-หุ้น พุ่ง ดอลล์แข็งค่า ฉุดทองร่วงต่อ

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งสองตลาดในวันที่ 29 มิถุนายน ตามเวลาในสหรัฐ เมื่อสิ้นสุดการซื้อขาย ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดเพิ่มขึ้น 1.16 ดอลลาร์ หรือ 1.61% มาอยู่ที่ 73.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.52 ดอลลาร์ หรือ 2.2% ปิดที่ 70.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบเป็นรายเดือน ราคาน้ำมันยังคงลดลงอย่างมาก แม้ว่าการโจมตีตอบโต้ล่าสุดของสหรัฐและอิหร่านสะท้อนให้เห็นว่าข้อตกลงชั่วคราวยังเปราะบาง ขณะที่ความคาดหวังว่าการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะค่อยๆ ฟื้นตัว กลับสร้างความผันผวนให้กับตลาด อย่างไรก็ดีการที่เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและอิหร่านจะกลับมาหารือกันอีกครั้งในวันที่ 30 มิถุนายน ที่ประเทศกาตาร์ ก็ยังทำให้มีความหวังว่าจะยังสามารถมีความคืบหน้าในการหารือระหว่างทั้งสองฝ่ายต่อไป

“ตลาดเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงแล้วว่า น้ำมันทุกบาร์เรลจะไม่สามารถส่งออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ภายในสัปดาห์หรือสองสัปดาห์ข้างหน้า คุณไม่สามารถเร่งให้มีการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบได้มากเท่ากับระดับก่อนเกิดสงครามในทันที ตราบใดที่สถานการณ์ยังมีความเสี่ยง ใครก็ตามที่มีเรือก็ยังต้องเผชิญความเสี่ยงว่าเรือลำนั้นอาจถูกโจมตีขณะเดินทางผ่านช่องแคบฮอ ร์มุซ” บ็อบ ยอว์เกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าพลังงานของบริษัท Mizuho กล่าว

ด้านดัชนีหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนติดตามความคืบหน้าของการดำเนินการตามข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ โดบตลาดหุ้นวอลล์สตรีทเป็นผู้นำการปรับตัวขึ้นดังกล่าว โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ฟื้นตัว หลังจากเมื่อสัปดาห์ก่อนถูกเทขายจากความกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 306.33 จุด หรือ 0.59% ปิดที่ 52,182.44 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 86.36 จุด หรือ 1.17% ปิดที่ 7,440.38 จุด และดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 522.53 จุด หรือ 2.07% ปิดที่ 25,820.14 จุด ขณะที่ดัชนีหุ้นโลกของ MSCI เพิ่มขึ้น 9.78 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 1,112.38 จุด

Advertisement

ดัชนี STOXX 600 ของยุโรป และดัชนี FTSEurofirst 300 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นหลักของยุโรป ต่างปิดบวกไม่ถึง 0.1%

ดัชนีหุ้นตลาดเกิดใหม่ของ MSCI เพิ่มขึ้น 2.81 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 1,709.21 จุด ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 107.23 จุด หรือ 0.15% ปิดที่ 69,468.11 จุด

แม้ว่าราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างมากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่มาตรวัดเงินเฟ้อในสหรัฐกลับปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์มากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้ง ซึ่งช่วยหนุนเงินดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น

การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำ โดยราคาทองคำปรับตัวลดลง 1.8% มาอยู่ที่ 4,014.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และหากสิ้นสุดไตรมาสที่สองราคาทองคำยังอยู่ในระดับดังกล่าว ก็จะทำราคาทองคำจะปรับตัวลดลงประมาณ 14% ซึ่งจะเป็นการลดลงรายไตรมาสที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013