อิหร่านลั่นไม่คุยสหรัฐ ย้ำอธิปไตยเหนือฮอร์มุซ แวนซ์สวนไม่ยอมให้เก็บค่าผ่านทาง
รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน อิหร่าน กล่าวว่า จะไม่พบเข้าพบหารือกับผู้แทนระดับสูงของสหรัฐ ขณะที่ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษกิจการตะวันออกกลาง และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ เดินทางถึงกรุงโดฮาแล้ว
อิหร่านกล่าวอีกว่า ยังคงต้องหารือและตกลงรายละเอียดกับสหรัฐเกี่ยวกับเงื่อนไขของข้อตกลงหยุดยิงที่ได้ลงนามร่วมกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเสียก่อน จึงจะสามารถไปพูดคุยในประเด็นที่ซับซ้อนกว่าได้ รวมถึงการกำหนดข้อจำกัดต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านด้วย
ด้าน กาตาร์ ที่เป็นเจ้าภาพการเจรจา กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจะพบปะกับผู้ไกล่เกลี่ยแทนที่จะพบกับคณะผู้แทนของอิหร่านโดยตรง โดยชีค โมฮัมเหม็ด บิน อับดุลเราะห์มาน อัล ธานี นายกรัฐมนตรีกาตาร์ เป็นหนึ่งในผู้ที่เข้าพบกับวิทคอฟฟ์และคุชเนอร์
พร้อมกันนี้ การขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซบางส่วนได้กลับมาดำเนินการเป็นปกติแล้ว ทั้งนี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐว่า อำนาจอธิปไตยเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นของอิหร่านและโอมาน และการเดินเรือในช่องแคบจะต้องเป็นไปตามระเบียบหรือข้อตกลงที่อิหร่านกำหนด ซึ่งอิหร่านจะเริ่มเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่วงกลางเดือนสิงหาคม เมื่อระยะเวลา 60 วันตามกรอบข้อตกลงสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ดี นายเจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า สหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสากล และย้ำว่า สถานการณ์นี้จะไม่จบลงด้วยการที่อิหร่านสามารถเก็บค่าผ่านทางจากเรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
พร้อมกล่าวด้วยว่า ปริมาณการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้กลับมาอยู่ในระดับเดียวกับก่อนเกิดสงครามแล้ว และในบางวันยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามอีกด้วย
ท่ามกลางความไม่แน่นอน ราคาน้ำมันได้ปรับตัวลดลงตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสหรัฐโจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนต่อเรือพาณิชย์ ทว่า อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐ ในคูเวตและบาห์เรน เช่นกัน
องค์การสหประชาชาติด้านการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุในวันเดียวกันว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจเปราะบางยังคงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากราคาอาหารและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น หลังจากที่สงครามได้ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อสูงขั้นทั่วโลก



