สหรัฐจ่อประกาศไม่ขยายดีล USMCA พบมะกันขาดดุลการค้าเม็กซิโกหนัก
รอยเตอร์รายงานว่า มีแนวโน้มว่า รัฐบาลสหรัฐ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศไม่ขยายข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ เม็กซิโกและแคนาดาหรือ USMCA ในวันที่ 1 กรกฎาคม ตามเวลา
ท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการนับถอยหลังเป็นเวลา 10 ปี ก่อนที่ข้อตกลงดังกล่าวจะสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี ทั้งสามประเทศยังคงเจรจาเกี่ยวกับข้อเสนอในการปรับแก้ข้อตกลงดังกล่าว รวมถึง เรียกร้องให้เพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากสหรัฐฯ และภูมิภาคอเมริกาเหนือในการผลิตยานยนต์ และมาตรการคุ้มครองทางการค้าเพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าจากจีนได้รับประโยชน์จากสิทธิพิเศษภายใต้ USMCA ผ่านการส่งออกจากเม็กซิโกหรือแคนาดา
ขณะเดียวกัน นายเจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐได้กำหนดการเจรจารอบที่ 3 กับเม็กซิโกในสัปดาห์ของวันที่ 20 กรกฎาคม สะท้อนให้เห็นว่า เขาตั้งใจผลักดันให้มีการแก้ไขข้อตกลงต่อไป ทั้งนี้ เกรตา เพช อดีตที่ปรึกษาด้านกฎหมายประจำสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นหุ้นส่วนด้านกฎหมายการค้าที่บริษัท Wiley Rein ในกรุงวอชิงตัน กล่าวว่า ในวันที่ 1 กรกฎาคม สหรัฐจะยืนยันว่าไม่ต้องการขยายอายุข้อตกลง และจะแถลงอย่างชัดเจนว่าในเรื่องรายละเอียดที่ต้องการให้มีการแก้ไขและสิ่งที่ต้องการเรียกร้อง
ด้าน มาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเม็กซิโก กล่าวเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนว่า ไม่คาดว่าข้อตกลง USMCA จะถูกยกเลิก ขณะที่คลอเดีย เชนบาม ประธานาธิบดีเม็กซิโก เปิดเผยในวันเดียวกันว่า เธอได้ลงนามในจดหมายที่เรียกร้องให้ขยายอายุข้อตกลง USMCA ออกไปอีก 16 ปี
USMCA เป็นข้อตกลงที่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกเจรจาขึ้นเพื่อใช้แทนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ปี 1994 และเมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้ในปี 2020 ทรัมป์ได้กล่าวยกย่องว่าเป็น ข้อตกลงการค้าที่เป็นธรรมที่สุด สมดุลที่สุด และก่อให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ที่สหรัฐเคยลงนามให้มีผลเป็นกฎหมาย
กระนั้นก็ดี ทรัมป์เริ่มมีท่าทีไม่พอใจต่อ USMCA หลังจากที่ดุลการค้าสินค้าของสหรัฐกับเม็กซิโกขยายตัวเป็นการขาดดุลมากขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากบริษัทต่างๆ ได้ย้ายห่วงโซ่อุปทานออกจากจีน หลังจากสงครามการค้า โดยทรัมป์มักกล่าวว่า ไม่ต้องการต่ออายุ USMCA และควรกำหนดภาษีนำเข้าในอัตราสูงต่อรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมจากเม็กซิโกและแคนาดาแทน

