อินโดไล่ล่า 2 ผู้ต้องสงสัย มาเลย์-จีน หลังยึดกัญชาไทย 3.37 ตัน
เว็บไซต์ jakartaglobe.id รายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศชื่อชาวต่างชาติ 2 คนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้หลบหนี หลังจากการทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ ที่เจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นหนึ่งในคดีลักลอบขนกัญชาข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยยึดกัญชาคุณภาพสูงได้ 3.37 ตัน ซึ่งคาดว่ามีเป้าหมายเพื่อผลิตน้ำยาสำหรับบุหรี่ไฟฟ้า
สำนักงานปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ (BNN) ของอินโดนีเซีย กล่าวว่า กำลังติดตามตัวพลเมืองมาเลเซียที่ระบุชื่อว่า CKF หรือที่รู้จักกันในชื่อ L และพลเมืองจีนที่ระบุชื่อว่า ZL หรือที่รู้จักกันในชื่อ J ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนดังกล่าว
นายอัศวิน สิปายุง รองผู้อำนวยการฝ่ายปราบปรามของ BNN กล่าวว่า เราได้ระบุตัวชาวต่างชาติสองคนว่าเป็นผู้ควบคุมหลักของเครือข่ายนี้ ซึ่งดำเนินการจากต่างประเทศ และเราจะเดินหน้าติดตามตัวพวกเขาต่อไปจนกว่าจะสามารถจับกุมและนำตัวกลับมาดำเนินคดีในอินโดนีเซียได้
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 12 คน รวมถึงชาวต่างชาติ 1 คนที่ระบุเพียงชื่อย่อว่า A ขณะที่การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อขยายผลถึงบทบาทของสมาชิกคนอื่นๆ ในเครือข่าย
การตรวจยึดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการปฏิบัติการร่วมกันของ BNN, ศุลกากรและสรรพสามิต, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทหาร หลังจากเจ้าหน้าที่สกัดตู้คอนเทนเนอร์ต้องสงสัยที่เดินทางมาจากประเทศไทยที่ท่าเรือตันจุงปรีอ็อก ในกรุงจาการ์ตา แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ดังกล่าวมีเอกสารศุลกากรถูกต้องครบถ้วน แต่มีการซุกซ่อนกัญชาไว้ภายในกระเป๋าเดินทาง 500 ใบ และถุงบรรจุสินค้าที่ทำจากยางลาเท็กซ์ 80 ถุง
จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบสวนได้ทำการส่งมอบสินค้าแบบควบคุม โดยติดตามการส่งสินค้าผิดกฎหมายดังกล่าวเพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการ และเฝ้าติดตามรถบรรทุกสองคันที่ขนส่งสินค้าไปยังโกดังในเมืองเกรสิก จังหวัดชวาตะวันออก ก่อนเข้าตรวจค้นและยึดกัญชาทั้งหมด พร้อมรถบรรทุก 4 คัน
BNN กล่าวว่ากัญชาดังกล่าวไม่ได้มีไว้สำหรับการจำหน่ายแบบทั่วไป แต่ดอกกัญชาที่มีสารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (THC) เชื่อว่าจะถูกนำไปสกัดเป็นสาร THC เพื่อผลิตตลับเติมสำหรับบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบไอ (Vape) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายค้ายาเสพติดกำลังหันไปผลิตสินค้าจากกัญชาที่มีมูลค่าสูงมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ระบุว่า กัญชาดังกล่าวมีเป้าหมายกระจายไปยังหลายพื้นที่ทั่วอินโดนีเซีย ได้แก่ กรุงจาการ์ตา เกาะบาหลี จังหวัดชวาตะวันออก เมืองเซอมารัง จังหวัดสุมาตราใต้ และเมืองบาลิกปาปัน ปฏิบัติการนี้ยังเปิดโปงเครือข่ายผู้ร่วมกระทำความผิดในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงคนขับรถบรรทุก คนงานขนส่งสินค้า ผู้ประกอบการคลังสินค้า และผู้ประสานงานด้านโลจิสติกส์
การยึดยาเสพติดที่เกรซิกเกิดขึ้นต่อเนื่องจากการยึดกัญชา 22 กิโลกรัมในปูร์วาการ์ตา ชวาตะวันตก ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดเดียวกัน ทำให้ยอดรวมของกัญชาที่ถูกยึดได้ทั้งหมดอยู่ที่ 3.37 ตัน

