หน้าแรก ต่างประเทศ รวยไม่ไหว! ชิ...

รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว

7.07.26 | 08:33 น.
REUTERS

รวยไม่ไหว! ชิป AI บูมทั่วโลก ทำซัมซุงกำไรพุ่ง 1,800% ไตรมาสเดียว

บีบีซีรายงานว่า ซัมซุง อิเล็กโทรนิคส์ บริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยว่า บริษัทคาดว่าจะมีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 19 เท่า หรือคิดเป็นประมาณ 1,800% โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการชิปหน่วยความจำสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

ซัมซุงคาดการณ์ว่า เพียงแค่ช่วงไตรมาสเดียวตั้งแต่ต้นเดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน บริษัทจะมีกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 89 ล้านล้านวอน หรือ 58,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นประมาณ 1.9 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นสถิติกำไรรายไตรมาสที่สูงสุดติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3

บริษัทใหญ่ๆ ของเกาหลีใต้ เช่น ซัมซุง มักจะประกาศตัวเลขคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า ก่อนเปิดเผยผลประกอบการฉบับเต็มอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินแนวโน้มผลประกอบการและใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน

การคาดการณ์ผลประกอบการล่าสุดของซัมซุง ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ก่อนที่จะมีประกาศผลประกอบการฉบับเต็มในช่วงปลายเดือนนี้ มีขึ้นในขณะที่ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลกยังคงสูงกว่าปริมาณอุปทานอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ราคาชิปปรับตัวสูงขึ้น

ซัมซุงระบุในเอกสารคาดการณ์ผลประกอบการ หรือ earnings guidance ว่า บริษัทมียอดขายในช่วงไตรมาสดังกล่าวประมาณ 171 ล้านล้านวอน ซึ่งมากกว่ายอดขายในช่วงเดียวกันของปีก่อนถึงกว่าสองเท่า

Advertisement

มาร์ค ไอน์สไตน์ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก Counterpoint Research กล่าวว่า ตัวเลขกำไรที่ซัมซุงคาดการณ์ไว้นั้นถือเป็น “หนึ่งในผลประกอบการรายไตรมาสที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา” และอยู่ในระดับใกล้เคียงกับสถิติของบริษัทเทคโนโลยี Nvidia ที่ทำไว้เมื่อต้นปีนี้

ไอน์สไตน์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้เป็นผลโดยตรงจากกระแสความนิยมของ AI เพราะผู้ผลิตชิปหน่วยความจำยังคงได้รับอานิสงส์จากคลื่นความต้องการขนาดมหาศาล ซึ่งเกิดจากอุปทานที่มีอยู่อย่างจำกัด แต่ความต้องการกลับสูงเป็นประวัติการณ์

ทั้งนี้ ซัมซุงได้ปรับขึ้นราคาชิปหน่วยความจำของบริษัท เนื่องจากอุปทานยังคงตึงตัว

บริษัทวิจัยตลาด International Data Corporation (IDC) ระบุว่า ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อื่นๆ นั้น แตกต่างจากทุกสิ่งที่อุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเคยเผชิญมา และยังส่งผลกระทบต่ออุปทานของชิปที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไปด้วย

ไบรอัน มา นักวิจัยด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีของ IDC คาดว่า อุปทานชิปจะยังคงตึงตัวไปจนถึงปีหน้า เนื่องจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ยังไม่มีทีท่าว่าจะชะลอลง

ซัมซุงเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยผลิตชิปให้กับบริษัทต่างๆ เช่น Nvidia และ Google ควบคู่ไปกับการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายใต้แบรนด์ของตนเอง ทั้งนี้ ราคาหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่หลายแห่งได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการชิปที่พุ่งสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม หุ้นของซัมซุงกลับปรับตัวลดลงประมาณ 4% ในการซื้อขายช่วงเช้าวันอังคารที่กรุงโซล แต่ในภาพรวม มูลค่าหุ้นของซัมซุงก็เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่านับตั้งแต่ต้นปี ขณะที่บริษัทคู่แข่งในเกาหลีใต้อย่าง SK Hynix มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นมากกว่า 200%

ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของทั้งสองบริษัท ยังช่วยหนุนดัชนีหุ้น KOSPI ของเกาหลีใต้ ให้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% นับตั้งแต่ต้นปี

เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Nvidia รายงานยอดขายและกำไรรายไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีรายได้ในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมสูงกว่า 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ Nvidia กลับปรับตัวลดลงหลังการประกาศผลประกอบการ ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าเป็นสัญญาณที่สะท้อนว่า นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในอุตสาหกรรมชิป AI

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้เผยแผนการลงทุนมูลค่าอย่างน้อย 880,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการต่างๆ ที่นำโดยซัมซุงและ SK Hynix เพื่อขยายขีดความสามารถในการผลิตชิปของประเทศในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกัน บริษัทคู่แข่งในเอเชีย ทั้งในญี่ปุ่น จีน และไต้หวัน ต่างก็เร่งลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก