หน้าแรก ต่างประเทศ มีผลแล้ว! เกา...

มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็นกม.ปิดปาก

7.07.26 | 15:25 น.
ภาพเอพี

มีผลแล้ว! เกาหลีใต้ ใช้กม.ต้านเฟคนิวส์ เปิดทางลงโทษจ่ายค่าเสียหายก้อนโต องค์กรสื่อหวั่น เป็น กม.ปิดปาก

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม เกาหลีใต้ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายซึ่งเปิดทางให้มีการเรียกค่าเสียหายเชิงลงโทษในอัตราสูงจากสำนักข่าวและผู้มีอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ (อินฟลูเอนเซอร์) ที่เผยแพร่เฟคนิวส์หรือข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ท่ามกลางเสียงเตือนขององค์กรสื่อที่มองว่ากฎหมายดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการแสดงความคิดเห็นสาธารณะและเปิดช่องให้มีการเซ็นเซอร์ได้

กลุ่มนักข่าวและกลุ่มสิทธิพลเมืองชี้ว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้ถ้อยคำที่คลุมเครือ โดยไม่ได้ระบุชัดเจนว่าข้อมูลประเภทใดเป็นสิ่งต้องห้าม อีกทั้งยังขาดมาตรการคุ้มครองสื่อที่เพียงพอ จึงอาจทำให้การรายงานข่าวเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง และธุรกิจขนาดใหญ่ลดลง

กฎหมายใหม่นี้เปิดทางให้ศาลสั่งให้องค์กรสื่อและช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ รวมถึงผู้สร้างคอนเทนต์บนยูทูบ จ่ายชดเชยค่าเสียหายสูงสุดถึง 5 เท่าของความเสียหายที่พิสูจน์ได้ หากมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมาย เป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะสร้างความเสียหายหรือแสวงหาผลกำไร

นอกจากนี้ผู้ที่ยังเผยแพร่ข้อมูลเดิมมากกว่า 2 ครั้ง หลังจากศาลมีคำชี้ขาดยืนยันแล้วว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นเท็จหรือถูกบิดเบือน อาจถูกหน่วยงานกำกับดูแลสื่อของเกาหลีใต้ ปรับเป็นเงินสูงสุด 1,000 ล้านวอน หรือประมาณ 21.8 ล้านบาท

ส่วนบริษัทอินเตอร์เน็ตที่ให้บริการแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีผู้ใช้งานมากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน จะต้องดำเนินมาตรการต่างๆ เช่น ลบเนื้อหาที่ถูกร้องเรียน หรือระงับบัญชีผู้ใช้งาน เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับข้อมูลอันเป็นเท็จหรือข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมิชอบ

Advertisement

กฎหมายฉบับนี้ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีอี แจมยอง และพรรคประชาธิปไตยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล และผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภาเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา แม้ว่าพรรคฝ่ายค้านจะบอยคอตการลงมติก็ตาม

ฝ่ายรัฐบาลระบุว่ากฎหมายดังกล่าวมีความจำเป็นในการต่อสู้กับข่าวปลอมและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะทำให้เกิดความแตกแยกและสร้างความเกลียดชังในสังคม

มีท่าทีจากสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุว่า เพียงแค่มีความเป็นไปได้ที่องค์กรข่าวจะต้องเผชิญกับการถูกเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมหาศาล หรือข้อพิพาททางกฎหมายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“แม้วัตถุประสงค์ของกฎหมายจะเป็นสิ่งที่ชอบธรรม แต่หากมีการบังคับใช้ในลักษณะที่ทำให้สื่อมวลชนและประชาชนทั่วไปไม่กล้าวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบผู้มีอำนาจ กฎหมายดังกล่าวก็อาจบ่อนทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตยได้” แถลงการณ์ของสมาคมผู้สื่อข่าวเกาหลีระบุ

ด้านสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำกรุงโซล แสดงความกังวลเช่นกันว่า กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของสื่อมวลชนและการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างเสรี

ส่วนคณะกรรมการสื่อและการสื่อสารแห่งเกาหลี ได้ลดทอนความกังวลที่ว่ากฎหมายฉบับนี้อาจถูกรัฐใช้เป็นเครื่องมือในการเซ็นเซอร์ โดยระบุว่า ผู้ประกอบการแพลตฟอร์มออนไลน์ของภาคเอกชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าเนื้อที่มีการรายงานเข้ามานั้น เข้าข่ายเป็นข้อมูลเท็จหรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือนหรือไม่ ไม่ใช่รัฐบาล อีกทั้งกฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดข้อยกเว้นไม่ให้มีการเรียกร้องค่าเสียหายสำหรับการรายงานข้อมูลที่เป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะอีกด้วย