หน้าแรก ต่างประเทศ เดือด! ทรัมป์...

เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง

9.07.26 | 08:28 น.
REUTERS

เดือด! ทรัมป์ล่ม MOU อิหร่าน สั่งโจมตีซ้ำ เตหะรานโต้กลับทันควัน กร้าวปิดช่องแคบทะเลแดง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งเป็นข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านนั้นสิ้นสุดลงแล้ว โดยเขาโพสต์บน Truth Social ว่า “นี่คือการตอบโต้เหตุที่อิหร่านทิ้งระเบิดโจมตีเรือเมื่อวานนี้ หากเกิดขึ้นอีก ผลที่ตามมาจะรุนแรงยิ่งกว่านี้มาก!”

ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ก่อนการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในตุรกีว่า บันทึกความเข้าใจดังกล่าวถือว่าสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว ผมไม่ต้องการเจรจากับพวกเขาอีก”

ทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมในเวลาต่อมาว่า “แม้เราจะทำข้อตกลงกับอิหร่าน ผมก็ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะรักษาข้อตกลงนั้นไว้ ผมพบว่าพวกเขาเป็นคนที่ไม่มีเกียรติและไม่น่าไว้วางใจ”

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้หลายครั้งเคยขู่ว่าจะยกระดับปฏิบัติการทางทหาร ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีในเวลาต่อมา กล่าวว่า เขาไม่คาดว่าสงครามจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบอีกครั้ง และยังไม่ชัดเจนว่าการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพถาวรจะเดินหน้าต่อไปหรือไม่

ในการแถลงข่าวช่วงค่ำวันพุธ ทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าสงครามจะกลับมาอีก เพราะ “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างจะจบลงอย่างรวดเร็วมาก และจะทำให้ทุกอย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น รวมถึงตลาดน้ำมันด้วย”

Advertisement

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากทรัมป์โพตส์บนโซเชียล กองทัพสหรัฐกล่าวว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาให้ช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเปิดให้มีการสัญจรได้ตามปกติ

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ซึ่งรับผิดชอบปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า กองกำลังของ CENTCOM ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่าน เพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ”

“สหรัฐอเมริกาจะให้อิหร่านต้องรับผิดชอบต่อการกระทำอันเป็นการรุกรานโดยไม่มีเหตุอันสมควรต่อเรือพาณิชย์และลูกเรือพลเรือน ซึ่งกำลังเดินเรืออย่างเสรีในเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศที่มีความสำคัญยิ่ง” แถลงการณ์ของ CENTCOM ระบุ ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งกล่าวกับรอยเตอร์ว่า การโจมตีในวันพุธจะมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อวันอังคาร

การโจมตีระลอกล่าสุดของสหรัฐได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้หลายเมืองตามแนวชายฝั่งตอนใต้ของอิหร่าน และทำให้เกิดไฟฟ้าดับในบางพื้นที่ สำนักข่าวทางการของอิหร่านรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดในหลายเมืองตามแนวชายฝั่งทางใต้ของประเทศ ตั้งแต่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซไปจนถึงอ่าวโอมาน

หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกโจมตีคือ เมืองบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และเป็นฐานปฏิบัติการสำคัญของทั้งกองทัพเรืออิหร่านและกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

ทั้งยังรวมถึงเมืองโคนารักและชาบาฮาร์ ที่สื่ออิหร่านรายงานว่า หลายพื้นที่ไฟฟ้าดับ และหอควบคุมการจราจรทางทะเลได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเมห์ร์รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมืองอิรันชาห์ร์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ

ด้านสำนักข่าวนูร์นิวส์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับสภาความมั่นคงสูงสุดของอิหร่าน อ้างแหล่งข่าวทางทหารว่า อิหร่านกำลังเตรียมเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ต่อฐานทัพของกองทัพสหรัฐในภูมิภาค เพื่อแก้แค้นต่อการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐ

ความรุนแรงรอบล่าสุดนี้ยังทำลายความหวังว่า บันทึกความเข้าใจซึ่งมีการลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน จะสามารถพัฒนาไปสู่ข้อตกลงถาวรเพื่อยุติสงครามได้

ต่อมาอิหร่านประกาศเมื่อวันพุธว่า ได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านโดยสหรัฐก่อนหน้านี้

ปฏิบัติการโจมตีครั้งล่าสุดของสหรัฐส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายหลังตลาดปิด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่าสุดอยู่ที่ 79.28 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคายังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในช่วงปลายเดือนเมษายน ซึ่งเคยพุ่งเกิน 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ก่อนที่สหรัฐจะเปิดปฏิบัติการโจมตีระลอกใหม่ในวันพุธ นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การโจมตีของสหรัฐถือเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจ เพราะขัดต่อข้อกำหนดที่ “ย้ำถึงความรับผิดชอบของอิหร่านในการกำหนดมาตรการเพื่อให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นไปอย่างปลอดภัย”

โฆษกคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติของรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า มาตรการตอบโต้ที่อิหร่านกำลังพิจารณา ได้แก่ การถอนตัวจาก สนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) การเปลี่ยนแปลงหลักนิยมด้านนิวเคลียร์ของประเทศ และการปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์บริเวณปากทะเลแดง และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลก