คนกรีนแลนด์ไม่เอาทรัมป์ นายกฯเดนมาร์กกร้าว พร้อมปกป้องนาโตทุกตารางนิ้ว
เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวขณะเข้าร่วมประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) กรุงอังการาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ว่า เดนมาร์กพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงราชอาณาจักรเดนมาร์กด้วย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐย้ำเมื่อหนึ่งวันก่อนหน้าว่า กรีนแลนด์ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐ
“เราพร้อมที่จะปกป้องทุกตารางนิ้วของนาโต รวมถึงดินแดนของเราเอง แน่นอนว่าเราจะปกป้องราชอาณาจักรเดนมาร์ก หนึ่งในเหตุผลที่เราสร้างนาโตขึ้นมาเมื่อหลายปีมาแล้วก็คือ หากเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ทุกคนควรจะลุกขึ้นช่วยเหลือซึ่งกันและกัน” เฟรเดอริกเซนกล่าว พร้อมย้ำว่ากรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้ขาย
เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน แห่งกรีนแลนด์ ที่ออกมาปฏิเสธคำกล่าวอ้างล่าสุดของทรัมป์เช่นกัน โดยโพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า “การเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เข้ายึดครองหรือควบคุมประเทศของเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งนี้” เขายังย้ำอีกว่ากรีนแลนด์ไม่สามารถขายได้
คำกล่าวอ้างของทรัมป์ที่ว่าสหรัฐต้องได้หรือต้องควบคุมกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้เดนมาร์ก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและเดนมาร์ก ซึ่งต่างเป็นเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งนาโต และความสัมพันธ์ของสหรัฐกับยุโรปโดยรวมตึงเครียดขึ้น ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างการเจรจา
ลาร์ส ล็อกเกอ ราสมุสเซน รัฐมนตรีต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า เดนมาร์กยังคงดำเนินการเจรจาทางการทูตกับกรีนแลนด์และสหรัฐอยู่ ผลลัพธ์ของการเจรจาเหล่านั้นยังไม่มีการเปิดเผยออกมา
“เรามีข้อตกลงกับฝ่ายบริหารของสหรัฐว่า ภายใต้กรอบของเส้นแดงของราชอาณาจักรเดนมาร์ก เราจะพยายามดูว่าเราสามารถหาทางออกที่คำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงที่ชอบด้วยกฎหมายของสหรัฐได้หรือไม่ เพราะผลประโยชน์เหล่านั้นมีอยู่จริง และเราก็มีผลประโยชน์เหล่านั้นร่วมกัน และเราก็กำลังตอบสนองต่อผลประโยชน์เหล่านั้นด้วย” ราสมุสเซนกล่าว
ราสมุสเซนกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงที่สร้างความพึงพอใจให้กับกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และสหรัฐ โดยการขยายข้อตกลงด้านการป้องกันประเทศระหว่างสหรัฐและเดนมาร์กปี 1951 ซึ่งให้วอชิงตันมีสิทธิ์เข้าถึงทางทหารในเกาะอาร์กติกอย่างกว้างขวาง
อย่างไรก็ดี ชาวกรีนแลนด์ก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องรอบใหม่ของทรัมป์ที่ต้องการเข้าควบคุมเกาะกรีนแลนด์เช่นกัน พร้อมยืนยันว่า อนาคตของกรีนแลนด์ควรเป็นสิทธิของชาวกรีนแลนด์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง



