สหรัฐ-อิหร่านแลกหมัดโจมตี เตหะรานปิดช่องแคบฮอร์มุซ
รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม กองทัพสหรัฐ และ อิหร่านแลกเปลี่ยนการโจมตีต่อกันอย่างหนักด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยฝ่ายอิหร่านได้โจมตีฐานทัพและสิ่งอำนวยความสะดวกของสหรัฐในหลายประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย และขยายไปถึง กาตาร์ ซึ่งเป็นรัฐตัวกลางในการเจรจาหยุดยิง และไม่ได้ถูกโจมตีมาตั้งแต่เดือนเมษายน
ทั้งนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งไม่ได้ถูกโจมตีมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม เปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้แล้ว
อิหร่าน ประกาศด้วยl’ว่า ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเตือนว่า ห้ามเดินเรือโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอิหร่าน โดยสำนักงานบริหารช่องแคบอ่าวเปอร์เซียของอิหร่าน ซึ่งเพิ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อไม่นานนี้ แถลงว่า ไม่สามารถให้มีการสัญจรผ่านช่องแคบได้ เนื่องจากการกระทำที่ผิดกฎหมายของกองกำลังทหารสหรัฐในภูมิภาคครั้งล่าสุด เมื่อสถานการณ์คืนสู่สภาวะเสถียรภาพและมีความสงบ จะอนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบอีกครั้ง
อีกทั้ง อิหร่านยังได้ยิงกระสุนเตือนไปยังเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ GFS Galaxy ขณะที่อินเดียระบุว่า มีพลเมืองอินเดีย 1 คนสูญหายหลังจากการโจมตี ขณะที่โอมานกล่าวว่า ลูกเรือ 23 คนได้รับการช่วยเหลือแล้วเกาะเกชม์ที่อยู่ใกล้เคียง
ขณะเดียวกัน อิหร่านเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและระเบิดบริเวณท่าเรือซิริก และบานดาร์ อับบัส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารติดกับช่องแคบ
กองบัญชาการกลางสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ผ่าน X ว่า ปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อเพื่อทำลายขีดความสามารถของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ด้าน ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ กล่าวว่า เครื่องบินรบของสหรัฐได้ยิงสกัดขีปนาวุธร่อนของอิหร่าน 1 ลูก รวมถึงโดรนโจมตีแบบเที่ยวเดียว 1 ลำ ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า สหรัฐกำลังโจมตีอิหร่านอย่างหนัก
กระทรวงต่างประเทศอิหร่านประณามการการรุกรานของกองทัพสหรัฐต่ออิหร่าน และระบุว่า การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่กรุงมัสกัต ในเรื่องการบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางการเดินเรือไม่สามารถบรรลุผลได้ อันเป็นผลมาจากแรงกดดันของสหรัฐต่อโอมานทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

