สหรัฐประกาศห้ามพลเมืองกลับจากคองโกในทันที ต้องกักตัวอยู่ในประเทศที่ 3 ก่อนอย่างน้อย 21 วัน เพื่อป้องกันการระบาดของอีโบลา ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโก เพิ่มขึ้นเป็น 1,926 ราย ในจำนวนนี้ ตายแล้ว 702 ราย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา แจ้งว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศห้ามพลเมืองอเมริกันในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เดินทางกลับประเทศสหรัฐอเมริกาด้วยเครื่องบินพาณิชย์
โดยคำสั่งดังกล่าว ออกภายใต้อำนาจด้านการขนส่ง มาตรา 49 ที่จะทำให้พลเมืองสหรัฐ ที่อยู่ในคองโก หรือผู้ที่เพิ่งเดินทางออกจากคองโก ถูกขึ้นบัญชี “ห้ามขึ้นเครื่องบิน” จนกว่าจะพวกเขาจะใช้เวลาอย่างน้อย 21 วันในประเทศที่ 3
ข่าวระบุว่า ข้อจำกัดใหม่นี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของอีโบลา ที่กำลังขยายวงกว้างมากขึ้น ไปในหลายจังหวัดของคองโก ขณะที่ข้อมูลตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ทางการคองโกแจ้งว่า มีผู้ป่วยอีโบลาทั่วประเทศที่ยืนยันแล้ว 1,926 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 702 ราย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐ เปิดเผยว่า มีชาวอเมริกันราว 24 คน มีกำหนดจะขึ้นเครื่องบินจากคองโก กลับประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ จะคอยให้การสนับสนุคนคนเหล่านี้ และผู้ที่ได้รับผลกระทบคนอื่นๆในช่วงระยะเวลาที่ต้องรอคอยการกลับมา
โดยเมื่อวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม นายโรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งที่อ้างถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของโรคอีโบลา รวมถึงการแพร่กระจายของไวรัสไปยังบริเวณนอกกรุงกินชาซา
โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคมว่า พลเมืองชาวอเมริกันที่ทำงานให้กับองค์กรด้านมนุษยธรรมในคองโก ถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว โดยเจ้าหน้าที่กล่าวว่า มีชาวอเมริกันติดเชื้ออีโบลาอีกราย ถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแฟรงก์เฟิร์ต ในเยอรมนี เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม

