ตามทรัมป์ขู่! มะกันลุยถล่มโครงสร้างพื้นฐานอิหร่าน ทำพลเรือนดับ-เจ็บเพียบ
สหรัฐอเมริกาขยายปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยการมุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนเพิ่มเติม ตั้งแต่สะพานและแหล่งพลังงาน ทั้งยังพังถล่มหอคอยที่ท่าเรือสำคัญของอิหร่าน ซึ่งเป็นการดำเนินการตามคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการกดดันรัฐบาลเตหะรานให้เลิกควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ
ทรัมป์ยืนยันว่า สงครามกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี “เรากำลังเป็นฝ่ายชนะอย่างมากในอิหร่าน และอีกไม่นานทุกคนจะได้เห็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เราทำ”
ก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น สหรัฐอยู่ระหว่างการเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แต่ในขณะนี้ทรัมป์กำลังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองให้ยุติสงครามโดยเร็ว และหลีกเลี่ยงไม่ให้สหรัฐต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยกล่าวว่าจะหลีกเลี่ยงในช่วงหาเสียง
ขณะนี้ตะวันออกกลางกลับมาเผชิญกับการโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่องมาหลายวัน ในความขัดแย้งที่มุ่งเน้นไปยังการแย่งชิงอำนาจในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งพลังงานของโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่การหยุดยิงชั่วคราวก็ล่มสลายลง ทำให้ไม่มีท่าทีว่าความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 4 เดือนจะสิ้นสุดลงเมื่อใด
สถานีโทรทัศน์แห่งรัฐอิหร่านรายงานว่า การโจมตีทางอากาศของสหรัฐในช่วงกลางดึกต่อเนื่องถึงเช้าวันศุกร์ได้พุ่งเป้าไปยังสะพานหลายแห่งในจังหวัดฮอร์มอซกัน ทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยเป้าหมายอยู่ที่เมืองบันดาร์คามีร์ ซึ่งตั้งอยู่ริมชายฝั่งช่องแคบฮอร์มุซ
การโจมตีสะพานทั้งทางหลวงและทางรถไฟดูเหมือนจะต้องการตัดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองท่าบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นท่าเรือหลักของอิหร่าน กับเครือข่ายถนนที่มุ่งหน้าสู่ภาคกลางของประเทศและต่อไปยังกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน
ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่อิหร่านยอมรับว่า “โครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า” ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐ โดยกระทรวงพลังงานของอิหร่านออกประกาศขอให้ประชาชนในจังหวัดทางภาคใต้ที่กำลังเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัดช่วยกันประหยัดการใช้ไฟฟ้า แต่ไม่ได้ระบุชัดเจนว่าสถานที่ใดถูกโจมตี

ทางการอิหร่านเปิดเผยว่า การโจมตีของสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 46 คน และบาดเจ็บมากกว่า 400 คน โดยเฉพาะการโจมตีสะพานเมื่อวันศุกร์เพียงครั้งเดียวทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน
ด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐเผยว่ามีทหารอเมริกันได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมอีก 13 นาย นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา แบ่งเป็นทหารบก 10 นาย และทหารเรือ 3 นาย แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น มีทหารสหรัฐเสียชีวิตรวม 14 นาย และบาดเจ็บแล้ว 427 นาย
ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ประเทศพันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลาง รวมถึงกาตาร์ ซึ่งเป็นประเทศที่ทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาความขัดแย้งครั้งนี้ และคูเวต ซึ่งโรงงานผลิตน้ำจืดจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งได้รับความเสียหายจากการโจมตี
ราคาน้ำมันในวันศุกร์ปรับตัวสูงกว่า 86 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงกับระดับสูงสุดในรอบหนึ่งเดือน ขณะที่จำนวนเรือที่ผ่านช่องแคบลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบสามสัปดาห์ โดย MarineTraffic.com บริษัทติดตามการเดินเรือระหว่างประเทศ ระบุว่า จำนวนเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันพฤหัสบดีลดลงเหลือเพียง 8 ลำ ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบสามสัปดาห์
กองบัญชาการกลางของสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศล่าสุด ซึ่งสิ้นสุดลงในช่วงรุ่งสางของวันศุกร์ หลังดำเนินการต่อเนื่องเป็นคืนที่หกติดต่อกัน ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารและโครงสร้างพื้นฐานด้านการทหารหลายสิบแห่ง
การโจมตีครั้งนี้ทำให้หอคอยแห่งหนึ่งในท่าเรือชาบาฮาร์ บริเวณอ่าวโอมาน พังถล่ม ตามรายงานของสำนักข่าว IRNA ของอิหร่าน ด้านกองทัพสหรัฐออกมายืนยันเหตุการณ์ดังกล่าวในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ท่าเรือชาบาฮาร์ ซึ่งอิหร่านบริหารจัดการโดยได้รับการสนับสนุนจากอินเดีย ถือเป็นเส้นทางการค้าสำคัญสำหรับอัฟกานิสถาน ซึ่งไม่มีทางออกสู่ทะเล และท่าเรือแห่งนี้ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีทางอากาศของสหรัฐหลายครั้งก่อนหน้านี้

อิหร่านระบุว่า หอคอยที่ท่าเรือชาบาฮาร์ ทำหน้าที่ดูแลการจราจรของเรือพาณิชย์ที่เข้าออกท่าเรือ แต่ CENTCOM ระบุว่า หอคอยนี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเฝ้าระวังทางทะเลของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งใช้ติดตามและกำหนดเป้าหมายเรือพาณิชย์ที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ในวันศุกร์ กาตาร์ได้ออกประกาศเตือนประชาชนถึงสองครั้งให้รีบหลบภัย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธหลายลูกเข้ามาโจมตี ผู้คนได้ยินเสียงระเบิดบนท้องฟ้า ขณะที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศพยายามยิงสกัดขีปนาวุธ กระทรวงมหาดไทยของกาตาร์ระบุว่า เศษซากจากขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัดตกลงมาจนทำให้เด็กคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ
อิหร่านยังได้ยิงโจมตีบาห์เรนและคูเวตในช่วงเช้าวันศุกร์ เจ้าหน้าที่คูเวตระบุว่าโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดย 90% ของน้ำดื่มในคูเวตมาจากการแยกเกลือออกจากน้ำทะเล ต่อมารัฐบาลคูเวตกล่าวว่า สามารถควบคุมเพลิงไหม้ได้แล้ว และกำลังประเมินความเสียหายพร้อมเร่งฟื้นฟูการดำเนินงานของโรงงานดังกล่าว
ด้านกองทัพจอร์แดนเปิดเผยว่า สามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูกในช่วงเช้าวันศุกร์เช่นกัน
ในวันเดียวกัน ของศูนย์ปฏิบัติการการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักรรายงานว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งที่กำลังเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ โดยใช้เส้นทางที่อยู่ใกล้ชายฝั่งโอมานมากที่สุดถูกโจมตี โดบเรือได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย แต่ลูกเรือทุกคนปลอดภัย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว



