หน้าแรก ต่างประเทศ รัฐอ่าวประณาม...

รัฐอ่าวประณามอิหร่าน โจมตีโรงไฟฟ้าคูเวต ส่งผลกระทบประชาชน

19.07.26 | 13:36 น.
Reuters

รัฐอ่าวประณามอิหร่าน โจมตีโรงไฟฟ้าคูเวต ส่งผลกระทบประชาชน

เอพีรายงานเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ว่า สหรัฐ ได้โจมตีสะพาน โรงงานผลิตไฟฟ้าและเป้าหมายอื่นๆ ในอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลในคูเวต ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนในประเทศ นอกจากนี้ อิหร่านยังประกาศเตือนว่า จะขยายการโจมตี ทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ออกคำเตือนในช่วงข้ามคืน

จาเซ็ม โมฮัมเหม็ด อัลบูไดวี ประธานคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) กล่าวว่าอิหร่านได้ก่ออาชญากรรมสงครามจากการโจมตีโรงไฟฟ้าและโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลของคูเวต ด้านกระทรวงต่างประเทศของ ซาอุดีอาระเบีย ก็ได้ออกประณามการโจมตีดังกล่าว และเรียกร้องให้ยุติการยกระดับปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคโดยทันที ขณะที่กระทรวงต่างประเทศ กาตาร์ ระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นเป็นการยกระดับสถานการณ์ที่อันตราย ซึ่งจะยิ่งทำให้ความพยายามในการจัการกับความตึงเครียดมีความซับซ้อนมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงความขัดแย้ง อิหร่านยืนยันมาโดยตลอดว่าการโจมตีทางอากาศและการใช้โดรนของตนไม่ได้มุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และมีเป้าหมายคือกองทัพสหรัฐ และโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในภูมิภาคเท่านั้น

กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้โจมตีสถานีเฝ้าระวังชายฝั่งและระบบป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพอิหร่าน ขีดความสามารถทางทะเล และคลังเก็บขีปนาวุธ รวมถึงโดรน นอกจากนี้ ยังเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่าได้มุ่งเป้าไปที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นฐานอำนาจที่สำคัญของรัฐบาลอิหร่าน และเป็นผู้ควบคุมคลังขีปนาวุธพิสัยไกลของประเทศด้วย

Advertisement

นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น มีทหารสหรัฐเสียชีวิตแล้ว 16 นาย และได้รับบาดเจ็บมากกว่า 430 นาย ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐกล่าวว่า จะโจมตีโรงไฟฟ้าและสะพานของอิหร่าน เพื่อกดดันให้เตหะรานผ่อนคลายการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ โดยการโจมตีล่าสุดแสดงให้เห็นว่า การโจมตีล่าสุดบ่งชี้ว่ากองทัพสหรัฐ กำลังดำเนินการตามแผนดังกล่าว โดยเริ่มจากพื้นที่ชายฝั่งของอิหร่านที่ติดกับช่องแคบฮอร์มุซก่อน

สหรัฐยังได้กลับมาบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่านอีกครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อสกัดกั้นการขนส่งน้ำมันดิบของอิหร่าน โดยกองทัพสหรัฐกล่าวเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ว่า นับตั้งแต่เริ่มมาตรการ ได้เปลี่ยนเส้นทางเรือบรรทุก 5 ลำ และทำให้เรืออีก 1 ลำไม่สามารถปฏิบัติการได้

ในวันเดียวกัน โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ระบุว่า หากสหรัฐยังคงโจมตีสาธารณรัฐอิสลามต่อไป จะต้องเผชิญกับบทเรียนที่ไม่มีวันลืม ขณะที่ผู้แทนเจรจาของอิหร่านรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลอิหร่านกำลังระงับการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยุติการสู้รบอย่างถาวร ที่สหรัฐและอิหร่านได้ลงนาม

กองบัญชาการร่วมของกองทัพอิหร่านกล่าวว่า หากสหรัฐยังคงแสดงความละโมบ และมีการรังแก รวมถึงใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ หรือโหดร้ายต้องประสบกับการตอบโต้ที่รุนแรงและสร้างความเสียหายอย่างย่อยยับ