หน้าแรก ต่างประเทศ ส่อเดือด! สหร...

ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน

20.07.26 | 07:42 น.

ส่อเดือด! สหรัฐส่งเครื่องบินเติมน้ำมันให้ยิว ถล่มโรงไฟฟ้านุกอิหร่าน ทหารมะกันดับ 2 ในจอร์แดน

สหรัฐได้ทำการโจมตีอิหร่านเป็นคืนที่ 8 ติดต่อกัน หลังประกาศว่ามีทหารอเมริกันเสียชีวิตอย่างน้อย 2 นายในประเทศจอร์แดน และยังมีทหารอีก 1 นายที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่พันธมิตรของสหรัฐในตะวันออกกลางรายงานวาถูกอิหร่านโจมตีเพิ่มเติมในวันอาทิตย์

กองทัพสหรัฐยังยืนยันการเสียชีวิตของทหารรายที่ 3 ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยกล่าวว่าทหารรายนี้เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ในภาคเหนือของอิรัก ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐระหว่างปฏิบัติการจุดชนวนทำลายวัตถุระเบิดที่ยังไม่ทำงานจากโดรนโจมตีของอิหร่านที่ถูกยิงตก ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางของสหรัฐ (CENTCOM) ระบุว่า วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดบนโดรนโจมตีของอิหร่านที่ถูกยิงตก

CENTCOM ระบุว่า ทหารอเมริกัน 2 นายเสียชีวิตจากการโจมตีในประเทศจอร์แดนเมื่อวันศุกร์ และยังมีทหารอีก 1 นายที่สูญหายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ต่อมาในวันอาทิตย์ CENTCOM ออกแถลงการณ์ว่า พบชิ้นส่วนร่างมนุษย์ที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ในพื้นที่เกิดเหตุโจมตีดังกล่าว และขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์

เมื่อรวมกับทหารที่เสียชีวิตในอิรักเมื่อวันเสาร์ ทำให้จำนวนทหารสหรัฐที่เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามครั้งนี้เริ่มต้นเพิ่มเป็น 17 นาย ขณะที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 420 นาย

นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “การเสียสละของพวกเขายิ่งทำให้ความมุ่งมั่นของเราแข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

Advertisement

CENTCOM ระบุว่า การโจมตีทางอากาศระลอกล่าสุด ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐของวันที่ 18 กรกฎาคมตามเวลาในไทย หรือเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันที่ 19 กรกฎาคม ตามเวลาในไทย มีเป้าหมายเพื่อลดทอนขีดความสามารถของอิหร่านในการคุกคามการเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ และลงโทษกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อย่างรวดเร็ว หลังเปิดฉากโจมตีทหารอเมริกันในจอร์แดน และเสร็จสิ้นลงแล้ว โดยเป้าหมายที่ถูกโจมตีได้แก่ ระบบตรวจการณ์ชายฝั่งทางทหารของอิหร่าน และฐานป้องกันภัยทางอากาศ

สหรัฐและอิหร่านต่างยกระดับการโจมตีกันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อหนึ่งเดือนก่อนพังทลายลง และการต่อสู้เพื่อควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือขนส่งสินค้าที่สำคัญของโลกได้ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ความเสี่ยงที่สงครามจะกลับมาปะทุเต็มรูปแบบเพิ่มสูงขึ้น

สหรัฐ
Smoke billows near the oil facility in Mangaf, Kuwait, July 18, 2026, in this screen grab obtained from a social media video. Social Media/via REUTERS THIS IMAGE HAS BEEN SUPPLIED BY A THIRD PARTY. MANDATORY CREDIT. NO RESALES. NO ARCHIVES. NEWS USE ONLY. Verification lines: – Tower, mosque, and buildings matched satellite and archive imagery. – Date verified by statement from Kuwait Petroleum Corporation that one of its oil facilities had been hit in “repeated Iranian attacks,” causing significant damage and some injuries, according to the state news agency. – The area where the smoke is shown in the video is marked as a Kuwait Petroleum Company facility on Google maps.

ด้านเจ้าหน้าที่อิสราเอลเปิดเผยว่า อิสราเอลกำลังเตรียมรับเครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศของสหรัฐเพิ่มเติม หลังสถานการณ์ความขัดแย้งล่าสุดทวีความรุนแรง และเพื่อเตรียมพร้อมหากการขยายปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านอาจเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์ว่า แม้กระทั่งก่อนที่อิหร่านจะเปิดฉากโจมตีในวันเสาร์ สหรัฐก็ได้เริ่มเคลื่อนย้ายกำลังและยุทโธปกรณ์เพิ่มเติมเข้าสู่ตะวันออกกลางแล้ว รวมถึงเครื่องบินรบหลายประเภท

สื่อของอิหร่านรายงานว่า สหรัฐได้โจมตีพื้นที่ใกล้เมืองซีริก ทางตอนใต้ของประเทศ และบริเวณใกล้เมืองชาเดกัน ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนอิรัก หลังจากนั้นมีรายงานเกิดเหตุระเบิดในเมืองอาบาดาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิหร่าน

สำนักข่าวเมห์รของอิหร่านรายงานว่า องค์การพลังงานปรมาณูของอิหร่านประณามการโจมตีของสหรัฐที่พุ่งเป้าไปยังโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซึ่งกำลังก่อสร้างในเมืองดาร์โควิน ขณะที่ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระบุว่ากำลังตรวจสอบรายงานดังกล่าว โยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการก่อสร้างเท่านั้น

เพื่อตอบโต้การโจมตีล่าสุด อิหร่านได้ส่งโดรนเข้าโจมตีทรัพย์สินและยุทโธปกรณ์ทางทหารของสหรัฐที่ค่ายอัลอาดิรี และฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเลม ในประเทศคูเวต โดยอิหร่านได้โจมตีฐานทัพทั้งสองแห่งมาแล้วหลายครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการโจมตีทรัพย์สินของสหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

รัฐบาลคูเวตเปิดเผยว่า โรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งหนึ่งถูกโจมตีเป็นวันที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ซึ่งถือเป็นการโจมตีโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนที่มีความสำคัญ ขณะที่กองทัพคูเวตแถลงก่อนหน้านี้ว่า สามารถสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้อีกครั้ง หลังจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่องในวันเสาร์

ด้านบาห์เรนรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดการโจมตีของอิหร่านได้เช่นกัน ส่วนในจอร์แดนมีการเปิดไซเรนเตือนภัยทั่วหลายพื้นที่ โดยกองทัพจอร์แดนระบุว่าสามารถยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้ 3 ลูก ขณะที่กองทัพอิสราเอลเปิดเผยว่า ตรวจพบการยิงขีปนาวุธจากอิหร่านมุ่งหน้าไปยังเมืองอากาบาของจอร์แดน ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนอิสราเอล ต่อมาจอร์แดนได้เรียกอุปทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงต่อเหตุโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายยังมุ่งโจมตีการเดินเรือในภูมิภาค โดยสหรัฐฯ ระบุว่ากำลังบังคับใช้การปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านกล่าวว่า ตนกำลังโจมตีเรือที่ฝ่าฝืนกฎการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งปกติเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าน้ำมันทั่วโลก

IRGC แถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า มีเรือ 4 ลำพยายามเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยใช้เส้นทางที่ไม่ปลอดภัย ภายใต้การสนับสนุนจากสหรัฐ หลังจากเพิกเฉยต่อคำเตือนของ IRGC โดยระบุว่า เรือ 2 ลำได้ยุติความพยายามดังกล่าว ส่วนอีก 2 ลำประสบอุบัติเหตุ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าหมายถึงเหตุการณ์ใด

กระทรวงสาธารณสุขของอิหร่านเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ตลอดระยะเวลาสามสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนเสียชีวิต 50 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 500 คน จากการโจมตีของสหรัฐต่ออิหร่าน

ในวันอาทิตย์ นายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าต่างประเทศสหรัฐได้พบหารือกับประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ของเลบานอน เกี่ยวกับกรอบข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ซึ่งมีการลงนามเมื่อเดือนมิถุนายน โดยประธานาธิบดีอูนมีกำหนดจะพบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม เพื่อนำเสนอแผนปลดอาวุธของกลุ่มเฮซบอลเลาะห์ และแผนผลักดันให้อิสราเอลถอนกำลังออกจากพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน