น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ เรือน้ำมันซาอุฯเปลี่ยนเส้นทาง หลังโดนฮูตีขู่ถล่ม
ราคาน้ำมันโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ หลังเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่บรรทุกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังเอเชีย ต้องเลี้ยวกลับในทะเลแดงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เนื่องจากถูกกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านข่มขู่
ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น 1.79 ดอลลาร์ หรือ 2.0% ปิดที่ 91.01 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นราคาปิดที่สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น 1.68 ดอลลาร์ หรือ 2.0% ปิดที่ 84.91 ดอลลาร์ ซึ่งสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐกลับขึ้นไปสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนอีกครั้ง
รายงานระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียทั้ง 2 ลำดังกล่าวซึ่งออกจากท่าเรือยันบูของซาอุดีอาระเบียในทะเลแดงมุ่งหน้าไปยังจีนและอินเดีย ได้เปลี่ยนเส้นทางกลับในทะเลแดงเมื่อวันอังคาร โดยมุ่งหน้าไปยังคลองสุเอซ แทนที่จะแล่นผ่านช่องแคบบับอัลมันเดบออกสู่มหาสมุทรอินเดีย หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนขู่จะโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างขึ้น และส่งผลกระทบต่อการเดินเรือผ่านช่องทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุด 2 จุดของโลก คือช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดง
เมื่อวันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม กลุ่มฮูตี ซึ่งควบคุมพื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันตกของเยเมน รวมถึงชายฝั่งบริเวณปากทางเข้าสู่ทะเลแดง ประกาศปิดล้อมทางทะเลต่อซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ที่อาจขยายพื้นที่สงคราม ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียไปแล้วหลายพันคน นับตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐและอิสราเอล
ในจดหมายถึงผู้ประกอบการเดินเรือ กลุ่มฮูตีขู่ว่าจะโจมตีเรือทุกลำที่บรรทุกหรือขนถ่ายน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย
ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ กลุ่มฮูตียังไม่ได้ปิดช่องแคบบับอัลมันเดบ หรือประตูแห่งน้ำตา ซึ่งเป็นทางเข้าสู่ทะเลแดง พร้อมขู่ว่าจะดำเนินการตอบโต้หากฮูตีปิดช่องแคบดังกล่าว โดยทรัมป์ย้ำว่า “จนถึงตอนนี้มันยังไม่เกิดขึ้น แต่หากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น เราจะจัดการเอง”
หลังจากสงครามทำให้ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถูกปิดใช้งาน ทะเลแดงจึงกลายเป็นเส้นทางหลักสำหรับการส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียวันละหลายล้านบาร์เรล โดยซาอุดีอาระเบียลำเลียงน้ำมันผ่านท่อส่งมายังท่าเรือยันบู ก่อนส่งออกทางทะเลแดง
ศูนย์ปฏิบัติการการค้าและการเดินเรือแห่งสหราชอาณาจักร (UKMTO) กล่าวเมื่อวันอังคารว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซรายงานว่าถูกโจมตีด้วยวัตถุ ทำให้ลูกเรือต้องสละเรือและขึ้นเรือชูชีพ
ด้านกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติของอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า เรือบรรทุกน้ำมันสองลำเกิดไฟไหม้หลังจากเกิดระเบิดขณะพยายามแล่นผ่านเส้นทางเดินเรือทางใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ
ด้านกองทัพสหรัฐเปิดเผยในช่วงดึกของวันอังคารว่า ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายทั่วอิหร่านเป็นคืนที่ 11 ติดต่อกัน ขณะที่ชาวกรุงเตหะรานรายงานว่า ได้ยินเสียงระเบิดในช่วงเช้ามืดวันพุธ หลังอิหร่านเปิดระบบป้องกันภัยทางอากาศเหนือกรุงเตหะราน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกิดเหตุระเบิดในเมืองชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เมืองชาบาฮาร์และโคนารัก รวมทั้งเกิดเสียงระเบิด 2 ครั้งในเมืองบูเชห์ร ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดน ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นทางออกของอ่าวเปอร์เซีย โดยอิหร่านระบุว่า ได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของบริษัทแอมะซอนในบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งศูนย์ข้อมูลประจำภูมิภาคของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ แต่แอมะซอนไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ ต่อรายงานดังกล่าว
เมื่อวันอังคาร อิหร่านกลับมาเปิดฉากโจมตีทั่วอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง หลังจากที่การโจมตีโรงงานผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลในช่วงก่อนหน้านี้ ทำให้หลายประเทศในภูมิภาค ซึ่งพึ่งพาโรงงานแยกเกลือออกจากน้ำทะเลเกือบทั้งหมดในการผลิตน้ำดื่ม เริ่มกังวลว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ
คูเวตระบุว่า กำลังตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธเมื่อวันอังคาร หลังจากในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีรายงานว่า การโจมตีของอิหร่านได้สร้างความเสียหายแก่โรงไฟฟ้าซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าและการผลิตน้ำจืด
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า กองกำลังอิหร่านยังได้โจมตีฐานทัพของสหรัฐในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดนอีกด้วย



