น้ำมันพุ่งสูงสุดรอบ 6 สัปดาห์ ผลประกอบการบริษัทไอทีแข็งแกร่ง ทำหุ้นเอเชียปรับบวก
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม หลังจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐประกาศแผนลงทุนด้านรายจ่ายฝ่ายทุน (capex) จำนวนมหาศาล ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลดีต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าปรับตัวขึ้น 2% แตะ 96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในการซื้อขายช่วงเช้า ขณะที่ราคาน้ำมันเวสต์เท็กซัสของสหรัฐปรับขึ้น 1.49% มาอยู่ที่ 88.12 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากกลุ่มฮูตีในเยเมนโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดง ส่งผลให้ความขัดแย้งขยายวงกว้างขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันยังทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุสั้นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 17 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่เคยคาดไว้
สงครามที่ดำเนินมายาวนานเกือบ 5 เดือน ทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลกลดลง และกระตุ้นให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยนักวิเคราะห์เตือนว่า หากทั้งช่องแคบฮอร์มุซและช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ในทะเลแดงถูกปิด จะทำให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซมากกว่าหนึ่งในสี่ของโลกได้รับผลกระทบ
เธียร์รี วิซแมน นักกลยุทธ์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ยระดับโลกของบริษัท Macquarie Group กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันได้จุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับผลกระทบที่จะมีต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเขามองว่าความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของเศรษฐกิจโลกนั้นมีเหตุผลรองรับ
ขณะที่ผลประกอบการของบริษัท Alphabet และ Tesla แสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายมหาศาลเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังไม่มีสัญญาณชะลอตัว โดย Alphabet ได้ปรับเพิ่มแผนรายจ่ายฝ่ายทุนในปีนี้ และคาดว่าจะใช้เงินลงทุนระหว่าง 195,000-205,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การลงทุนจำนวนมากดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตชิปในเอเชีย ส่งผลให้ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้นมากกว่า 3% โดยมีบริษัท SK Hynix และ Samsung Electronics เป็นผู้นำการปรับตัวขึ้น ขณะที่ดัชนี Nikkei ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 1%
ด้านดัชนี MSCI Asia-Pacific หุ้นเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นประมาณ 1% ในช่วงเช้า และมีแนวโน้มจะปรับขึ้นราว 3% ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งจะเป็นการยุติการปรับตัวลงติดต่อกันสองสัปดาห์
แกรี ตัน ผู้จัดการกองทุนของ Allspring Global Investments กล่าวว่า ปัจจัยบวกสำคัญสำหรับผู้ผลิตชิปในเอเชียคือ การเติบโตที่แข็งแกร่งของบริการคลาวด์ได้ยืนยันว่า การเพิ่มรายจ่ายลงทุนด้าน AI ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีเหตุผลรองรับ และสะท้อนว่าวัฏจักรการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ยังมีแรงส่งต่อไป
“สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ AI กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การเป็นเทคโนโลยีที่พลิกโฉมอุตสาหกรรม โดยผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่กำลังใช้ AI เพื่อท้าทายแพลตฟอร์มดั้งเดิม ทั้งในธุรกิจเสิร์ชเอ็นจินและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งยิ่งตอกย้ำกระแสการลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นจาก AI” ตันกล่าว

