สภาล่างสหรัฐผ่านร่างงบกห. วงเงินกว่า 38 ล้านล้าน ไม่สนคนกังวลอิหร่าน-อิสราเอล
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายนโยบายด้านกลาโหมฉบับใหญ่ด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม แม้ว่าสมาชิกพรรคเดโมแครตจะแสดงความกังวลเกี่ยวกับวงเงินงบประมาณที่สูงเป็นประวัติการณ์ สงครามกับอิหร่าน และบทบัญญัติที่เพิ่มความร่วมมือด้านกลาโหมระหว่างกระทรวงกลาโหมสหรัฐกับอิสราเอล
ร่างกฎหมายอนุมัติการใช้จ่ายด้านกลาโหมประจำปีงบประมาณ 2027 (NDAA) ซึ่งอนุมัติวงเงินใช้จ่ายด้านการทหารที่สูงเป็นประวัติการณ์ 1.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 38.5 ล้านล้านบาท ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 216 ต่อ 212 เสียง
ผลการลงคะแนนส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวทางของพรรค โดยสมาชิกพรรครีพับลิกันเกือบทั้งหมดลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย ขณะที่สมาชิกพรรคเดโมแครตเกือบทั้งหมดลงมติคัดค้าน
พรรคเดโมแครตคัดค้านการจัดสรรงบประมาณจำนวนมหาศาลให้แก่กระทรวงกลาโหม ในขณะที่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสมาชิกพรรครีพับลิกันกำลังตัดลดงบประมาณในโครงการสวัสดิการและโครงการด้านสังคม ทั้ยังคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านที่ยังดำเนินอยู่และไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งใช้งบประมาณไปแล้ว 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พรรครีพับลิกันให้เหตุผลว่า การใช้งบประมาณด้านกลาโหมมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อสนับสนุนกองทัพที่กำลังทำสงครามกับอิหร่าน ใช้ในการพัฒนาระบบป้องกันประเทศและจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ตลอดจนจัดสวัสดิการให้กำลังพล เช่น การขึ้นเงินเดือนสูงสุดถึง 7% รวมทั้งก่อสร้างอาคารที่พักทหารและที่พักสำหรับครอบครัวทหาร
อีกประเด็นหนึ่งที่สร้างความกังวลให้กับสมาชิกพรรคเดโมแครต คือข้อกำหนดในการขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีทางทหารระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากชาวอเมริกันจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้มีแนวคิดเสรีนิยมจะเรียกร้องให้ลดการสนับสนุนอิสราเอล เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเสียหายร้ายแรงต่อพลเรือนปาเลสไตน์ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซา
โดยปกติแล้ว ร่างกฎหมาย NDAA ถูกมองจากทั้งสองพรรคการเมืองว่าเป็น “กฎหมายที่ต้องผ่าน” เนื่องจากเป็นหนึ่งในร่างกฎหมายสำคัญไม่กี่ฉบับที่สภาคองเกรสโหวตรับรองมาโดยตลอด และได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อเนื่องมาแล้ว 65 ปีติดต่อกัน
ร่างกฎหมายในปีนี้กำลังเผชิญอุปสรรคสำคัญ เนื่องจากความเห็นต่างทางการเมืองภายในรัฐสภารุนแรงกว่าที่ผ่านมา ทั้งในประเด็นขนาดของงบประมาณกลาโหม สงครามกับอิหร่าน ความช่วยเหลือแก่อิสราเอลและยูเครน ตลอดจนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “สงครามทางวัฒนธรรม” เช่น การปฏิบัติต่อกำลังพลข้ามเพศในกองทัพ
ชะตากรรมของร่าง NDAA ประจำปีงบประมาณ 2027 ยังมีความซับซ้อนมากขึ้น เมื่อสมาชิกพรรครีพับลิกันลงมติผนวกร่างกฎหมายนี้เข้ากับ SAVE America Act ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ทรัมป์สนับสนุน และมีเป้าหมายเพิ่มความเข้มงวดต่อข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้สิทธิเลือกตั้ง ก่อนส่งต่อไปยังวุฒิสภาอย่างไรก็ตาม ยังไม่ชัดเจนว่าการตัดสินใจดังกล่าวจะส่งผลต่อชะตากรรมของร่าง NDAA อย่างไร เพราะร่างกฎหมาย SAVE America Act ไม่ได้รับเสยงสนับสนุนในวุฒิสภาเพียงพอที่จะผ่านความเห็นชอบ



