โวลเกอร์ เติร์ก ลุ้นนั่งเก้าอี้ ข้าหลวงสิทธิฯ UN สมัย 2 เจอ รัสเซีย-อิสราเอล ต้าน
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวนักการทูตว่า โวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กำลังเผชิญแรงคัดค้านก่อนลงมติเพื่อต่อวาระการดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 ของเขา ซึ่งจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคมนี้ จากการที่เขาออกมาแสดงความเห็นและวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาต่อการทำสงครามของรัสเซียในยูเครน และปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในฉนวนกาซา
เติร์ก เป็นนักกฎหมายที่ทำงานกับสหประชาชาติ (UN) มาเป็นเวลาหลายทศวรรษทั้งที่สำนักงานใหญ่สำคัญในนครเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ และในภาคสนามรวมถึงที่โคโซโว โดยวาระแรกในการดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนของเขาจะสิ้นสุดลงในเดือนตุลาคมปีนี้ ขณะที่หากได้รับการต่ออายุ เติร์กก็จะดำรงตำแหน่งต่อไปอีก 4 ปีหลังจากนั้น
อันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการ UN ซึ่งเคยทำงานร่วมกับเติร์กอย่างใกล้ชิด และกำลังจะพ้นจากตำแหน่งในเดือนธันวาคมนี้ ได้เสนอชื่อให้เติร์กดำรงตำแหน่งต่ออีกหนึ่งวาระจนถึงปี 2030
อย่างไรก็ตาม รัสเซียได้ยื่นข้อเสนอโต้แย้งให้ขยายวาระของเติร์กออกไปเพียง 2 เดือนกว่าๆ หรือจนถึงสิ้นปี 2026 ขณะที่นักการทูต 3 คนกล่าวว่า อิสราเอลก็คัดค้านการขยายอายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กออกไปอีก 4 ปี เช่นเดียวกับสหรัฐได้แสดงความกังขาเช่นกัน เพราะเติร์กเรียกร้องให้มีการสอบสวนการเสียชีวิตในศูนย์กักกันผู้อพยพของสหรัฐ และประณามความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน
เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้ที่เคยคาดว่า การต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กที่น่าจะได้รับการสนับสนุนด้วยฉันทามติ จะกลายเป็นการลงมติที่มีการแข่งขันและอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นตามมา
นักการทูตเผยว่า กุแตร์เรซได้ปรึกษาหารือกับรัฐบาลประเทศต่างๆ มาหลายเดือนเกี่ยวกับข้อเสนอการต่อวาระของเติร์กมา ซึ่งเป็นกระบวนการที่มุ่งสร้างฉันทามติ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุไม่คาดคิดในช่วงสุดท้าย
ทั้งนี้ เติร์กได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งจากประเทศในยุโรปและหลายประเทศในลาตินอเมริกา ขณะรอยเตอร์ได้เห็นที่บันทึกทางการทูตของสหภาพแอฟริกา (AU) ซึ่งระบุว่า ไม่มีข้อคัดค้านในการต่ออายุการดำรงตำแหน่งของเติร์กอีก 4 ปี และยังไม่มีผู้สมัครรายอื่นที่เป็นที่ทราบกันว่าได้รับการพิจารณาให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว
สเตฟาน ดูจาร์ริก โฆษกสหประชาชาติ กล่าวที่นครนิวยอร์กว่า เลขาธิการสหประชาชาติดำเนินการตามมติและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ และเสริมว่า กุแตร์เรซชื่นชมผลงานที่เติร์กทำตลอดช่วงเวลาที่ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเป็นอย่างมาก
นักการทูตบางรายยังตั้งข้อสังเกตเป็นการภายในว่า ไม่ควรต่อวาระเติร์กออกไปจนครบ 4 ปี แต่ควรปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ต่อไปที่จะพิจารณาแทน



