ทรัมป์ตั้งเงื่อนไข ซาอุฯ รับรองความเป็นรัฐอิสราเอล แลกความร่วมมือนิวเคลียร์
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงความร่วมมือปรมาณูเพื่อสันติจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อซาอุดีอาระเบียปรับความสัมพันธ์ทวิภาคีกับอิสราเอลให้เป็นปกติ อิสราเอล ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลริยาดปฏิเสธมาโดยตลอด พร้อมกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ก็ต่อเมื่อซาอุดีอาระเบียเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม ซึ่งเป็นข้อตกลงของสหรัฐ ที่ผลักดันให้ชาติอาหรับสถานปนาความสัมพันธ์การทางทูตกับอิสราเอล และรับรองความเป็นรัฐของอิสราเอล ทั้งนี้ ซาอุดีอาระเบียยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าว หากยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนในการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์
แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า ทรัมป์ได้หารือกับพันธมิตรอ่าวและอาหรับหลายครั้งในเรื่องการผูกเงื่อนไขของข้อตกลงเข้ากับข้อตกลงอับราฮัม และย้ำว่า หากซาอุดีอาระเบียไม่เข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าว ข้อตกลงนี้อันจะเป็นอันยกเลิก
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม สหรัฐและซาอุดิอาระเบียประกาศข้อตกลงที่อนุญาติให้ซาอุดิอาระเบียสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และสร้างเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์โดยใช้เทคโนโลยีของสหรัฐ โดยไม่ต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเป็นมาตรการที่สหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านยอมรับมาโดยเสมอ
ทรัมป์ระบุในบนทรูซ โชเซียลว่า ข้อตกลงปรมาณูเพื่อสันติ (จะไม่มีการเสริมสมรรถนะ/เสริมความเข้มข้นของวัสดุนิวเคลียร์ใด ๆ!) จะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการที่ไม่ใช่ทางทหาร เช่นเดียวกับที่อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) (และประเทศอื่นๆ ที่อยู่แล้ว) และจะได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับการที่ซาอุดีอาระเบียจะเข้าร่วมข้อตกลงอับราฮัม ซึ่งได้รับการยอมรับและประสบความสำเร็จอย่างมาก พร้อมบอกว่า สหรัฐจะไม่มีคัดค้านโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ (ที่ไม่มีการเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์)
รัฐสภาของสหรัฐจะมีเวลา 90 วัน เว้นวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดราชการ ในการพิจารณาข้อตกลงก่อนที่จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ จะมีการศึกษาความเป็นไปได้เป็นระยะเวลา 2 ปี ในประเด็นการเสริมสมรรถนะเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลง ขณะเดียวกัน ซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนความพยายามในการกระจายแหล่งพลังงานของประเทศ และจะดำเนินการภายใต้มาตรฐานสากลสูงสุดด้านความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ ความมั่นคงทางนิวเคลียร์ และการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ด้วย

