หน้าแรก ต่างประเทศ ฮุน มาเนต มอง...

ฮุน มาเนต มองสหรัฐคว่ำบาตร ‘ลียงพัด-ก๊กอัน’ เป็นเรื่องส่วนตัว ยันเขตศก.พิเศษไม่ได้ถูกใช้เป็นที่ตั้งแก๊งคอล

24.07.26 | 18:24 น.

ฮุน มาเนต มองสหรัฐคว่ำบาตร ‘ลียงพัด-ก๊กอัน’ เป็นเรื่องส่วนตัว ยันเขตศก.พิเศษไม่ได้ถูกใช้เป็นที่ตั้งแก๊งคอล

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ให้สัมภาษณ์ “เอฟริล ฮง” และมีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม โดยนายกฯกัมพูชาได้ให้สัมภาษณ์หลายประเด็นด้วยกัน หนึ่งในประเด็นที่ถูกถาม คือเรื่องที่ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า พบเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ ตั้งอยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในภูมิภาคแม่น้ำโขง เช่นที่ ปอยเปต ในกัมพูชา

โดยฮุน มาเนต ได้ประกาศให้คำมั่นว่า จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยการการดำเนินงานของเครือข่ายอาชญากรในประเทศ ท่ามกลางการปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์อย่าต่อเนื่อง พร้อมกับปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZ) ถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมหลอกลวงทางออนไลน์

ฮุน มาเนต กล่าวว่า ตนได้สั่งการอย่างเข้มงวดไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคงของกัมพูชา หน่วยงานที่ทำงานร่วมกับรัฐบาลท้องถิ่น และหน่วยงานที่รับผิดชอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีเขตเศรษฐกิจพิเศษใดถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรม หากพบว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษใดถูกใช้เป็นที่หลบซ่อนของอาชญากร พวกเขาจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย เช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม นายกฯกัมพูชากล่าวว่า รัฐบาลจะระมัดระวังเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับการใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อวัตถุประสงค์ด้านอาชญากรรม เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ

เมื่อ “เอฟริล ฮง” สอบถามเรื่องการที่สหรัฐอเมริกาคว่ำบาตรต่อ ลียงพัด และ ก๊ก อัน สองวุฒิสมาชิกของกัมพูชา เนื่องจากเกี่ยวพันกับการหลอกลวงออนไลน์ ว่า คิดว่าเป็นเรื่องยุติธรรมหรือไม่ นายกฯกัมพูชา บอกว่า นั่นเป็นเรื่องส่วนตัว และทั้งวุฒิสมาชิกทั้งสองได้ว่าจ้างทีมกฎหมายเพื่อต่อสู้คดีเพื่อล้างมลทินให้กับตัวเองแล้ว

Advertisement

ฮุน มาเนต ยังบอกด้วยว่า ทางการกมพูชา ได้ปิดศูนย์หลอกลวงที่ผิดกฎหมายไปแล้วกว่า 670 แห่ง และได้ขยายการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับบรรดาพันธมิตร บังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่หลายคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งการปลดนายพล ระดับ 1 2 และ 3 ดาว และผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกีย่วข้อง หรือไม่มีส่วนร่วมรกับการปราบปรามดังกล่าว่