หน้าแรก ต่างประเทศ จุดเสียงวิจาร...

จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน

26.07.26 | 17:08 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

จุดเสียงวิจารณ์ ปมนายกฯญี่ปุ่น เผยนอนวันละ 0-3 ชม. เพื่อสะสางงาน ชี้ย้อนแย้งปฏิรูปการทำงาน

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า โพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อเร็วๆ นี้ของนางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เกี่ยวกับการพักผ่อนนอนหลับของเธอเพียงไม่กี่ชั่วโมงในแต่ละวัน เนื่องจากใช้เวลาไปกับการสะสางงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการอดนอนเรื้อรังและภาระงานอันหนักหน่วงนั้น ได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่หลากหลายและจุดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำงานหนักมากจนเกินไป


“การนอนหลับ 0-3 ชั่วโมง กลายเป็นเรื่องปกติ” นับตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา นางทาคาอิจิโพสต์เผยบนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันจันทร์(20 ก.ค.)ที่ผ่านมา และระบุอีกว่าเธอใช้เวลาในช่วงกลางคืนไปกับการทบทวนเอกสารต่างๆ จนถึงเช้าควบคู่กับการทำงานบ้านไปด้วย

ทาคาอิจิบอกอีกว่า เธอใช้เวลาช่วงวันหยุดยาว 3 วันต่อเนื่องจนถึงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ กับการรับมือกับอีเมลนับพันฉบับที่คั่งค้างอยู่ และว่า เธอสามารถนอนหลับได้ถึง 5 ชั่วโมงเป็นครั้งแรกในรอบนานมาก

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจและก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรวดเร็ว โดยนายยูอิจิโร ทามากิ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยเพื่อประชาชน(ดีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน แม้จะยกย่องนางทาคาอิจิว่าเป็น “ผู้ที่ทำงานหนักอย่างยิ่ง” แต่เขาก็กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือเธอควรมอบหมายงานให้ผู้อื่นรับผิดชอบบ้าง เพื่อที่เธอจะได้ทุ่มเทเวลาและพลังให้กับงานที่มีเพียงผู้นำประเทศเท่านั้นที่สามารถทำได้ ทั้งยังกล่าวว่า การพักผ่อนก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของงานในฐานะนายกรัฐมนตรี

Advertisement

ด้านนายโทรุ คุนิชิเงะ ส.ส.จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง พรรคฝ่ายค้านหลัก โพส์เตือนบน X ว่า การอดนอนเป็นเวลานานอาจบั่นทอนความสามารถในการตัดสินใจ และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการบริหารจัดการวิกฤตของประเทศ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางทาคาอิจิจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากถ้อยคำของเธอเกี่ยวกับเรื่องงาน เพราะหลังจากเธอได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย(แอลดีพี) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลได้ไม่นาน เธอประกาศว่าจะ “ทำงาน ทำงาน ทำงาน ทำงาน และทำงาน”

วลีดังกล่าวขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของคำฮิตแห่งปีเมื่อปีที่แล้ว แต่ก็ยังสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ที่มองว่าเป็นการเชิดชูวัฒนธรรมการทำงานหนักและการทำงานล่วงเวลายาวนาน ทั้งๆ ที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักดันให้สังคมเปลี่ยนแปลงค่านิยมดังกล่าว

อย่างไรก็ดี ยังมีผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียบางส่วนออกมาโพสต์ปกป้องนางทาคาอิจิ โดยระบุว่าเธอทุ่มเททำงานอย่างหนัก แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมากที่แสดงความเห็นเชิงวิพากษ์เธอ เช่นว่า “การพยายามแสดงให้เห็นว่าคุณทำงานหนักแค่ไหน ไม่ได้ทำให้ประชาชนสนับสนุนคุณ” หรือ “ควรจ้างคนมาช่วยทำงานบ้านเสียบ้าง”

ยังมีบางคนแสดงความกังขาว่าโพสต์ของนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นผู้นี้ มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือพยายามเรียกความเห็นอกเห็นใจหรือไม่ เนื่องจากคะแนนนิยมของคณะรัฐบาลของเธอตกต่ำลง

โดยผลสำรวจล่าสุดของเกียวโดนิวส์ เผยแพร่ในวันอาทิตย์(26 ก.ค.)นี้ ชี้ว่าความนิยมของคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนางทาคาอิจิลดลงจากผลสำรวจครั้งก่อน 2.1% มาอยู่ที่ 53.7% ซึ่งต่ำที่สุดนับจากที่เธอขึ้นรับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว และลดลงหลังจากมีการประกาศใช้กฎหมายราชวงศ์ฉบับแก้ไขเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ที่ยังคงเป็นที่ถกเถียง เนื่องจากยังไม่เปิดทางให้ผู้หญิงขึ้นสืบราชบัลลังก์ราชวงศ์ญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนรัชทายาทเพศชาย

เมื่อถูกถามว่าถ้อยคำดังกล่าวของนางทาคาอิจิขัดแย้งกับความพยายามผลักดันการปฏิรูปการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายมินารุ คิฮาระ หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวปกป้องในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธว่า นายกรัฐมนตรีไม่มีเจตนาที่จะปฏิเสธแนวคิดเรื่องความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว

ขณะที่นายทาคายูกิ โคบายาชิ หัวหน้าฝ่ายนโยบายของพรรคแอลดีพี กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันต่อมาว่านางทาคาอิจิยังคงกระฉับกระเฉงและมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่เขาได้บอกกับเธอว่าภาระงานนั้นหนักมาก แต่ก็ขอให้พักผ่อนด้วย