น้ำมันลดต่อเนื่อง หุ้นทรงตัว หลัง สหรัฐ-อิหร่าน ระงับโจมตี คลายกังวลเงินเฟ้อ
สหรัฐและอิหร่านประกาศระงับการโจมตีตอบโต้กัน ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม และยังไม่มีการโจมตีใดๆ จนถึงวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อ ก่อนที่ธนาคารกลางหลายประเทศกำลังจะประชุมกันในสัปดาห์นี้
การระงับการสู้รบบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 5.2% เหลือ 91.73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐก็ลดลง 5.4% เหลือ 84.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แซลลี ออลด์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคาร NAB กล่าวว่า โดยรวมแล้วดูเหมือนว่าพัฒนาการในตะวันออกกลางช่วงสุดสัปดาห์จะเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งทำให้แนวคิดที่ว่าราคาน้ำมันที่สูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจะกระตุ้นให้ทั้งสองฝ่ายลดความตึงเครียดจากทั้งสองฝ่ายได้
การปรับลดลงของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับเงิน และทำให้ตลาดลดความน่าจะเป็นของการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลงเล็กน้อย ทั้งนี้ เฟดจะประชุมนโยบายการเงินในวันพุธ โดยตลาดประเมินว่ามีโอกาสประมาณหนึ่งในสามที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมองว่า เควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่น่าจะสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าวก็ตาม
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) จะประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดี ส่วนธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะประชุมในวันศุกร์ โดยคาดธนาคารกลางทั้งสองแห่งจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม พร้อมทั้งยังคงระมัดระวังต่อความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า
ตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนจากการที่ราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลง ส่งผลให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.7% ขณะที่สัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้น 1.1%
ในยุโรป สัญญาล่วงหน้าดัชนี EURO STOXX 50 ปรับขึ้น 0.4% สัญญาล่วงหน้าดัชนี DAX ของเยอรมนีเพิ่มขึ้น 0.6% ส่วนสัญญาล่วงหน้าดัชนี FTSE ของอังกฤษแทบไม่เปลี่ยนแปลง
ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นขยับขึ้น 0.1% ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้ซึ่งมีหุ้นกลุ่มชิปเป็นสัดส่วนสูง ลดลง 1.1% ส่วนดัชนี MSCI หุ้นเอเชีย-แปซิฟิกนอกญี่ปุ่นทรงตัว
หุ้นบลูชิปของจีนปรับขึ้น 0.4% หลังหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิป CXMT Corp พุ่งขึ้นถึง 470% ในการซื้อขายวันแรกที่ตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ ภายหลังระดมทุนได้ 8.6 พันล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) ซึ่งถือเป็น IPO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเอเชียของปีนี้
เงินดอลลาร์สิงคโปร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หลังธนาคารกลางสิงคโปร์สร้างความประหลาดใจให้ตลาดด้วยการปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้น โดยเปิดทางให้ค่าเงินสิงคโปร์แข็งค่าขึ้นได้เร็วกว่าเดิมเล็กน้อย
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรช่วยหนุนให้ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ปรับตัวขึ้น 1.3% มาอยู่ที่ 4,103 ดอลลาร์ต่อออนซ์



