อัยการไต้หวันคุมตัวพนักงาน เอ็นวิเดีย ต้องสงสัยเอี่ยวการส่งเซิร์ฟเวอร์ เอไอ ของ ซุปเปอร์ ไมโคร ไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อัยการไต้หวัน ควบคุมตัวพนักงานบริษัท เอ็นวิเดีย ส่วนหนึ่งของการสอบสวนคดีการลักลอบส่งออกเซิร์ฟเวอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของ ซุปเปอร์ ไมโคร ไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย
โดยสำนักงานอัยการจีหลง ของไต้หวัน ระบุในแถลงการณ์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ว่า ผู้ต้องสงสัย ระบุเพียงนามสกุล “ฉาง” ถูกสอบปากคำหลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านและที่ทำงานของเขา เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ได้ระบุว่า นายฉางทำงานอยู่ที่ใด
ข่าวระบุว่า ในเวลาต่อมา นายฉางถูกควบคุมตัวไว้ หลังจากอัยการให้เหตุผลว่า มีความเสี่ยงที่เขาอาจจะหลบหนี ทำลายหลักฐาน หรือสมรู้ร่วมคิดกับผู้กระทำผิดหรือพยาน
อัยการระบุว่า เซิร์ฟเวอร์ดังกล่าวติดตั้งชิปเอ็นวิเดีย ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมการส่งออกของสหรัฐ ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่รัฐบาลสหรัฐบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2022 ทำให้การส่งออกหรือจำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์เหล่านี้ในจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ขณะที่ “มิร์เรอร์ มีเดีย” สื่อของไต้หวัน รายงานเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมว่า นายฉาง เป็นพนักงานของเอ็นวิเดีย
อย่างไรก็ตาม เอ็นวิเดีย ไม่ได้ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพนักงานของตนหรือไม่ โดยในแถลงการณ์ที่รอยเตอร์ได้ เอ็นวิเดีย จำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับพันธมิตรที่มีชื่อเสียงเป็นหลัก รวมถึง OEM (ผู้รับจ้างผลิตสินค้าตามแบบ) ซึ่งช่วยให้บริษัทมั่นใจได้ว่าการขายทั้งหมดเป็นไปตามกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐ
ข่าวระบุว่า การดำเนินการล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจค้นรอบที่ 3 ในการสืบสวน หลังจากที่มีการตรวจค้นในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนมาแล้ว
โดยในเดือนพฤษภาคม อัยการไต้หวันได้เริ่มปฏิบัติการรอบแรก ด้วยการจับกุมตัวบุคคล 3 คน ที่ต้องสงสัยว่าส่งออกเซิร์ฟเวอร์ เอไอ ระดับสูง ของซุปเปอร์ ไมโคร ที่ติดตั้งชิปเอ็นวิเดีย ที่ถูกจำกัดไปยังประเทศจีนอย่างผิดกฎหมาย
และในปลายเดือนมิถุนายน อัยการไต้หวันได้เริ่มปฏิบัติการรอบ 2 โดยการจับกุมพนักงาน 2 คน ของซุปเปอร์ ไมโคร ในหน่วยงานของบริษัทในไต้หวัน
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมีนาคม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้ตั้งข้อหาบุคคล 3 คน ที่เกี่ยวข้องกับซุปเปอร์ ไมโคร รวมถึงหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ในข้อหาช่วยลักลอบนำเข้าเทคโนโลยี เอไอ ของสหรัฐ มูลค่าอย่างน้อย 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดกฎควบคุมการส่งออกของสหรัฐ
โดยไต้หวันถือเป็นมหาอำนาจด้านเซมิคอนดักเตอร์ เป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงที่ใช้ในแอพพลิเคชั่น เอไอ รายใหญ่ที่สุดของโลก ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันเข้มงวดเรื่องการควบคุมการส่งออก เพื่อป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ขั้นสูงตกไปอยู่ในมือของจีน



