
อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐ หลังทรัมป์โวเจรจาคืบหน้า มะกันจับมือซาอุฯ โจมตีอิรัก ดันน้ำมันพุ่ง 5%
บีบีซีและซีเอ็นเอ็นรายงานว่า กองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เวลา 17.45 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านยิงขีปนาวุธพิสัยไกลหลายลูกเพื่อโจมตีกองทัพสหรัฐในตะวันออกกลางอย่างฉับพลัน ทั้งนี้ สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธทั้งหมดได้สำเร็จ
การโจมตีในครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างการหยุดยิงชั่วคราวเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้การเจรจากลับมาดำเนินต่อ
ก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านดำเนินไปอย่างเป็นมิตร จึงคิดว่ามีโอกาสที่จะเกิดความคืบหน้า แต่ก็ย้ำว่า สหรัฐอาจกลับไปโจมตีอย่างที่เคยทำมาแล้ว หากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุแย้งว่า ไม่มีการเจรจากับสหรัฐในขณะนี้
การเข้าถึงและควบคุมช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย
ในวันเดียวกัน เทอร์คี อัล-มาลิกี โฆษกกระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า สามารถสกัดและทำลายโดรนหลายลำจากอิรักที่มุ่งโจมตีโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านปิโตรเลียมในภูมิภาคตะวันออกของประเทศได้สำเร็จ ซึ่งดำเนินการโดยกองกำลังติดอาวุธที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่าน
อีกทั้ง CENTCOM ระบุอีกว่า กองทัพสหรัฐและซาอุดีอาระเบียร่วมกันปฏิบัติการโจมตีแบบแม่นยำต่อกลุ่มก่อการร้ายที่มีความเชื่อมโยงกับอิหร่านในอิรัก ซึ่งได้รับคำสั่งจาก IRGC ให้โจมตีกองกำลังสหรัฐและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของซาอุดีอาระเบียด้วยโดรนทางอากาศมากกว่า 30 ครั้ง ในช่วง 72 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มตัวในความขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง ซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในอิรักมากขึ้น รวมทั้งเผชิญกับการโจมตีจากกลุ่มฮูตีต่อเรือของซาอุดีอาระเบียในบริเวณทะเลแดงมากขึ้นด้วย
ล่าสุด ในวันที่ 29 กรกฎาคม กระทรวงกลาโหมซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยว่า ซาอุดีอาระเบียร่วมกับสหรัฐได้ดำเนินการโจมตีแบบจำกัดและมุ่งเป้าต่อกองกำลังติดอาวุธดังกล่าว พร้อมบอกว่า ไม่ได้ต้องการให้สถานการณ์บานปลาย แต่จะตอบโต้ต่อการรุกรานใด ๆ ที่มุ่งเป้ามายังประเทศ
ขณะเดียวกัน CENTCOM กล่าวว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐและซาอุดีอาระเบียได้โจมตีคลังอาวุธและศูนย์ลำเลียงยุทโธปกรณ์ของกลุ่มก่อการร้ายหลายแห่งในภาคตะวันออกของอิรัก เพื่อตอบโต้การโจมตีด้วยโดรนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนตากอน) ระบุว่า มีทหารสหรัฐอย่างน้อย 624 นายได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่การโจมตีเริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยในบรรดาผู้บาดเจ็บดังกล่าวมี 417 นายที่ได้รับบาดเจ็บจากปฏิบัติการ Operation Epic Fury ซึ่งเป็นปฏิบัติการทางทหารร่วมระหว่างสหรัฐและอิสราเอลที่มุ่งโจมตีอิหร่าน
ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% หลังจาก CENTCOM เปิดเผยว่าสามารถสกัดกั้นการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งล่าสุดจากอิหร่านได้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของตลาดโลก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.13% มาอยู่ที่ 83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ เวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ซึ่งเป็นมาตรฐานอ้างอิงของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.11% แตะ 83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังจากที่ราคาน้ำมันร่วงลง 9% เมื่อหนึ่งวันก่อนหน้า


