มาเลเซีย ชงทบทวน การคงอยู่ของสนง. UNHCR ในปท. โยงปมร้อนผู้ลี้ภัยโรฮีนจา
สำนักข่าวเบอร์นามา สื่อทางการรายงานอ้างความเห็นของนายโมฮาหมัด ฮาซัน รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ที่กล่าวเสนอแนะในวันอังคาร(28 ก.ค.)ว่า มาเลเซียควรจะพิจารณาทบทวนใหม่ว่าจะอนุญาตให้สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ(UNHCR) ดำเนินงานอยู่ในประเทศต่อหรือไม่ เว้นแต่ว่า UNHCR จะกำหนดมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นในการออกเอกสารรับรองสถานะผู้ลี้ภัย
เบอร์นามาอ้างนายฮาซันกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาเพื่อให้แน่ใจว่ากระบวนการคัดกรองผู้ลี้ภัยได้ดำเนินการร่วมกันระหว่าง UNHCR และทางการท้องถิ่นในการออกเอกสารรับรองสถานะผู้ลี้ภัยดังกล่าว
“เราต้องการความร่วมมือและการคัดกรองที่เข้มงวด หากพวกเขาไม่ต้องการให้ความร่วมมือ ในความเห็นของผม ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทบทวนการเรื่องการคงอยู่ของ UNHCR ในประเทศ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระต่อไป” รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียกล่าว และว่า UNHCR กำลังดึงดูดผู้ลี้ภัยเข้ามายังมาเลเซียมากขึ้นรวมถึงชาวมุสลิมโรฮีนจา
ด้านสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการตั้งข้อสังเกตของนายฮาซัน
ความเห็นของรัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซียมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากตำรวจมาเลเซียได้ทำการจับกุมกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจามากกว่า 100 คนรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่มารวมตัวกันหน้าสำนักงาน UNHCR ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อกลางดึกคืนวันจันทร์(27 ก.ค.) เพื่อขอให้ทางหน่วยงานช่วยคุ้มครองและจัดหาถิ่นที่อยู่ใหม่ให้ หลังจากพวกเขาถูกประชาชนในพื้นที่ขับไล่ออกจากบ้านที่พวกเขาอาศัยในรัฐปีนัง
ท่ามกลางกระแสต่อต้านด้วยการแสดงถ้อยคำเกลียดชังและข้อมูลเท็จในโลกออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปที่ชาวโรฮีนจาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่การคุกคามและการตรวจสอบชุมชนชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมในเมียนมาที่หนีภัยสู้รบมาลี้ภัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย
ก่อนหน้านั้น UNHCR ระบุในแถลงการณ์ว่าทางหน่วยงานกำลังประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อคุ้มครองชาวโรฮีนจาที่ถูกควบคุมตัวและตรวจสอบเอกสารประจำตัวของพวกเขา
“ความพยายามเหล่านี้มีส่วนช่วยให้สามารถย้ายพวกเขาไปยังสถานที่พักพิงแห่งใหม่ได้ ซึ่งขณะนี้กระบวนการดังกล่าวกำลังดำเนินการอยู่” UNHCR ระบุ
สำนักข่าวเบอร์นามารายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงกล่าวด้วยว่า ชาวโรฮีนจาที่ถูกควบคุมตัวทั้งหมดมีเอกสารรับรองจาก UNHCR ที่ถูกต้อง และจะได้รับการจัดหาที่พักพิงชั่วคราวที่กองบัญชาการตำรวจกรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างรอการดำเนินการขั้นต่อไปจากหน่วยงานด้านผู้ลี้ภัย
ทั้งนี้ข้อมูลจากเว็บไซต์ของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ มีชาวมุสลิมโรฮีนจาประมาณ 126,000 คน ที่ลงทะเบียนไว้กับหน่วยงานยูเอ็นเอชซีอาร์ในมาเลเซีย อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่ายังมีชาวโรฮีนจาอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีเอกสารรับรอง



