หน้าแรก ต่างประเทศ UNSC เปิดหยั่...

UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่

29.07.26 | 14:53 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

UNSC เปิดหยั่งเสียงลับไม่เป็นทางการ พฤหัสฯนี้ เลือกเลขาธิการคนใหม่

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ(UNSC) จะจัดการลงคะแนนหยั่งเสียงลับแบบไม่เป็นทางการรอบแรกในวันที่ 30 กรกฎาคมนี้ เพื่อประเมินการสนับสนุนผู้สมัครทั้ง 7 คนที่ลงแข่งขันชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติคนต่อไป ในการก้าวขึ้นมาแทนที่นายอันโตนิอู กุแตร์เรซ เลขาธิการคนปัจจุบันชาวโปรตุเกส ที่กำลังจะหมดวาระลงในสิ้นปีนี้ หลังดำรงตำแหน่งมาต่อเนื่องถึง 2 สมัย ในวาระละ 5 ปี

โดยนายเซนอน มูคองโก งาย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกประจำยูเอ็น ประเทศที่เป็นประธาน UNSC ในปัจจุบัน กล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวในวันอังคาร(28 ก.ค.)ว่า การลงคะแนนหยั่งเสียงอย่างไม่เป็นทางการรอบแรกจะเกิดขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.)นี้ และว่า นายโอลาลา โอตุนนู นักการทูตชาวยูกันดา จะร่วมแข่งขันด้วย แม้เขาจะยังไม่ได้เข้าร่วมการไต่สวนอย่างไม่เป็นทางการที่ผู้สมัครคนอื่นๆ เสร็จสิ้นไปแล้วก็ตาม

สำหรับผู้สมัคร 7 คนที่ลงสังเวียนชิงเก้าอี้เลขาธิการยูเอ็นคนใหม่ ประกอบด้วย นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการองค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ(IAEA), นางมิเชล บาเชเลต์ อดีตประธานาธิบดีชิลี, นางเรเบกา กรีนสแปน อดีตรองประธานาธิบดีคอสตาริกา, นางมาเรีย เฟอร์นันดา เอสปิโนซา อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศเอกวาดอร์, นางคาโรลีน โรดริเกส-เบอร์เก็ตต์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศกายอานา, นายแม็กกี ซอลล์ อดีตประธานาธิบดีของเซเนกัล และนายโอลาลา โอตุนนู นักการทูตชาวยูกันดา ที่เพิ่งประกาศตัวร่วมลงสังเวียนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

อย่างไรก็ดี ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่สนใจเข้าร่วมยังสามารถลงสมัครเข้าร่วมการแข่งขันได้

ขณะนี้ยังไม่มีผู้สมัครคนใดที่มีความโดดเด่นชัดเจนและที่ผ่านมาการลงคะแนนอาจดำเนินไปหลายรอบตลอดช่วงฤดูร้อนและอาจสิ้นสุดในปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคม โดยกระบวนการนี้อาจใช้เวลานานขึ้นหากไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์

Advertisement

รอยเตอร์รายงานว่า การลงคะแนนหยั่งเสียงแบบไม่เป็นทางการดังกล่าวซึ่งไม่มีผลผูกพัน จะเป็นการดำเนินการภายในหมู่ชาติสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคง 15 ชาติเท่านั้น ซึ่งในบัตรลงคะแนนจะมีการถามว่าพวกเขา “สนับสนุน” “ไม่สนับสนุน” หรือ “ไม่มีความคิดเห็น” ต่อผู้สมัครแต่ละคน

ในการลงคะแนนเสียงแบบไม่เป็นทางการในรอบแรกๆ นั้น จะมีการใช้บัตรลงคะแนนที่เหมือนกัน ซึ่งจะช่วยให้บรรดานักการทูตสามารถเห็นระดับการสนับสนุนและการคัดค้านในภาพรวมได้โดยไม่ต้องเปิดเผยว่าคะแนนคัดค้านนั้นมาจาก 1 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวร(P5) ของคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น อันได้แก่ จีน ฝรั่งเศส รัสเซีย สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา ที่มีสิทธิ์วีโต้หรือไม่

ขั้นตอนต่อมา สมาชิก P5 จะใช้สีที่แตกต่างจากสมาชิก UNSC ที่ไม่ถาวร 10 ชาติ เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้สมัครรายใดได้รับเสียง “ไม่สนับสนุน” จากสมาชิกรายหนึ่งรายใดใน P5 หรือไม่

ก่อนที่ในท้ายที่สุด สมาชิก UNSC ทั้งหมดจะลงมติรับรองมติ ซึ่งตามธรรมเนียมแล้วจะดำเนินการแบบปิดลับ เพื่อเสนอชื่อผู้ได้รับการแต่งตั้ง ต่อสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ(UNGA) ซึ่งมีสมาชิก 193 ประเทศต่อไป โดยมติดังกล่าวต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 9 เสียง และต้องไม่มีการใช้สิทธิวีโต้ และการอนุมัติจากสมัชชาใหญ่ในภายหลังนั้นถูกมองว่าเป็นเพียงการประทับตราอนุมัติเท่านั้น

สำหรับผู้ที่ก้าวขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งเลขาธิการยูเอ็นคนใหม่จะต้องเผชิญกับภารกิจในการฟื้นฟูองค์กรที่กำลังเผชิญวิกฤตและความเสื่อมถอยภายใต้แรงกดดันเรียกร้องให้ปฏิรูปองคกรที่มีโครงสร้างราชการขนาดใหญ่ มีค่าใช้จ่ายสูง และให้ลดความซ้ำซ้อนในหน่วยงานต่างๆ