ผู้เชี่ยวชาญชี้ แผ่นดินไหวญี่ปุ่นล่าสุด อาจมีต้นตอจากรอยเลื่อนยังปล่อยพลังไม่หมด จากเหตุเมื่อ 10 ปีก่อน
กรณีเหตุแผ่นดินไหวความรุนแรง 7.1 แมกนิจูด ที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ บนเกาะคิวชู ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้างจำนวนมากและสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 13 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น
สำนักข่าวบีบีซี รายงานเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม อ้างความเห็นของผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นเปิดเผยกับสื่อท้องถิ่นว่า มีความเป็นไปได้ที่แผ่นดินไหวครั้งนี้อาจมีสาเหตุมาจากรอยเลื่อนของเปลือกโลกที่ยังไม่เกิดการแตกตัวหรือขยับตัวในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นในพื้นที่เดียวกันนี้เมื่อ 10 ปีก่อน
โดยเมื่อเดือนเมษายนปี 2016 นั้น ได้เกิดแผ่นดินไหว 2 ครั้ง มีขนาด 6.2 และ 7.0 ตามลำดับ ซึ่งเกิดขึ้นห่างกันเพียงสองวันและทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 270 ราย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าแผ่นดินไหวในครั้งนั้นมีความเกี่ยวข้องกับแนวรอยเลื่อนฟุตากาวะ (Futagawa) และแนวรอยเลื่อนฮินากุ (Hinagu)
ชินอิจิ ซาไก ศาสตราจารย์ประจำสถาบันวิจัยแผ่นดินไหวแห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ NHK ว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร (29 ก.ค.) มีสาเหตุมาจากส่วนของแนวรอยเลื่อนฮินากุที่ยังไม่เกิดการฉีกขาดหรือปลดปล่อยพลังงานเต็มที่
ขณะที่ ชินจิ โทดะ ศาสตราจารย์ด้านแผ่นดินไหววิทยา ให้ความเห็นในทำนองเดียวกันในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเกียวโดว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 ได้ก่อให้เกิดแรงเค้น (strain) และความเครียด(stress) สะสมอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนฮินากุบางส่วนในเหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (JMA) ยังไม่ได้ระบุยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อวันอังคารนี้กับเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2016 แต่อย่างใด

