ญี่ปุ่นยังเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต พบชาวต่างชาติดับรายแรก เสียชีวิตพุ่ง 23
เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร และหน่วยฉุกเฉิน ยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคารที่พังถล่มลงมา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง 7.1 แมกนิจูดในจังหวัดคุมาโมโตะ ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 1 ราย ทั้งยังผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 62 คน ในจำนวนนี้ 5 คนอาการสาหัส
ทั้งนี้ ยอดผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มสูงขึ้นอีก ขณะที่จำนวนผู้สูญหายยังไม่แน่ชัด
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุดคือศูนย์การค้าอิออน มอลล์ ในเมืองคาชิมะ ซึ่งขณะเกิดแผ่นดินไหวมีประชาชนหลายพันคนกำลังจับจ่ายใช้สอยอยู่ภายใน บริษัทอิออนเปิดเผยว่า สามารถอพยพลูกค้าราว 3,000 คนออกไปยังลานจอดรถได้ ก่อนที่จะเกิดเหตุระเบิดจากก๊าซในอีกส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า ซึ่งทำให้ชั้น 2 ของศูนย์การค้าพังถล่มลงมา ในขณะนั้นยังมีพนักงานบางส่วนปฏิบัติงานอยู่ภายในอาคาร ซึ่งทำให้มีผู้คนติดอยู่ภายใน พยานหลายคนระบุว่า แรงระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้พื้นที่สั่นสะเทือนแทบไม่ต่างจากแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว
ขณะเดียวกันสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากอาคาร ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องปฏิบัติงานท่ามกลางอากาศร้อนจัด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีผู้สูญหายอีกกี่คน
นายอากิโอะ โยชิดะ ประธานบริษัทอิออน เผยว่า ยังมีผู้สูญหาย 3 คน และยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตภายในศูนย์การค้าแล้ว 4 ราย โดยเขาระบุว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นและการสูญเสียชีวิตอันมีค่าของผู้คนเป็นเรื่องที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง ก่อนที่โยชิดะจะก้มศีรษะแสดงความเสียใจพร้อมกับผู้บริหารอีกสองคน
ภาพจากสื่อญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า เพดานบางส่วนของศูนย์การค้าพังถล่มลงมา ขณะที่เศษโลหะและซากปรักหักพังกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ เจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สวมหมวกนิรภัยและหน้ากากยังคงเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากปรักหักพัง
ในเมืองยัตสึชิโระซึ่งอยู่ใกล้กัน ปล่องควันของโรงงานบริษัทนิปปอน เปเปอร์ อินดัสทรีส์พังถล่มลงมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยสามารถช่วยผู้ประสบภัยออกจากซากอาคารได้อีก 7 คน ตามข้อมูลของทีมรับมือภัยพิบัติของจังหวัดคุมาโมโตะ โดยเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่ามีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอีก 4 คน
ขณะเดียวกันมีรายงานชาวต่างชาติเสียชีวิตรายแรก โดยรัฐบาลเวียดนามเปิดเผยว่า แรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนามรายหนึ่งเสียชีวิต หลังเครนล้มทับที่โรงงานซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา โดยแรงงานรายนี้เพิ่งเดินทางมาญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ขณะที่แรงงานฝึกทักษะชาวเวียดนามอีก 7 คนในโรงงานเดียวกันสามารถอพยพออกมาได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ หญิงชาวเวียดนามซึ่งเป็นภรรยาของแรงงานคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ หลังผนังอาคารพังถล่มลงมา และกำลังเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่จังหวัดคุมาโมโตะเปิดเผยว่า บ้านเรือนเกือบ 34,900 หลังยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีกประมาณ 15,000 หลังไม่มีน้ำประปา ขณะที่ประชาชนมากกว่า 8,800 คนต้องอพยพไปพักอาศัยในศูนย์พักพิงกว่า 400 แห่ง โดยมีการนำแหล่งจ่ายไฟเพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้สามารถใช้เครื่องปรับอากาศได้
ภาพถ่ายทางอากาศของตำรงจแสดงให้เห็นว่า บ้านเรือนในพื้นที่ชุมชนหลายหลังพังราบเป็นหน้ากลอง และบางหลังพังถล่มลงไปในแม่น้ำที่อยู่ใกล้เคียง ขณะที่กำลังพลจากกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นได้เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญหลายร้อยคนร่วมปฏิบัติงาน รวมถึงนักผจญเพลิงจากไต้หวัน
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังเตรียมจัดส่งอาหารและสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พร้อมทั้งแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้สูญเสีย และขอให้ผู้ประสบภัยดูแลสุขภาพของตนเองท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด
“เราจะทุ่มเททุกวิถีทางเพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด ยังมีผู้คนที่กำลังรอความช่วยเหลืออยู่ และนี่คือการแข่งขันกับเวลา” ทาคาอิจิกล่าว
ด้านรถไฟชินคันเซ็นยังคงระงับให้บริการ แม้ท่าอากาศยานอาโสะ–คุมาโมโตะจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในวันพุธที่ 29 กรกฎาคม แต่สายการบินบางแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย



