ทรัมป์-เนทันยาฮู สุมหัววางแผนจัดการอิหร่าน เคาะ 3 แนวทาง เจรจา-ปิดล้อม-ถล่มครั้งใหญ่
รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอล เปิดเผยว่า ในการพบหารือระหว่าง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และ นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ในวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ทำเนียบขาว ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงแนวทางที่เป็นไปได้ในการยับยั้งโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกันอย่างละเอียด ประกอบไปด้วย 3 แนวทาง การบรรลุข้อตกลงผ่านการเจรจา, การเดินหน้ามาตรการปิดล้อมและกดดันทางเศรษฐกิจ และการเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ นอกจากนี้ เนทันยาฮูยังเสนอแนวคิดใหม่อีกด้วย
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เนทันยาฮูไม่ได้บอกทรัมป์ว่าต้องการให้สหรัฐโจมตีอิหร่านเพิ่มเติม พร้อมบอกว่า “ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจขึ้นอยู่กับเขา” โดยไม่ได้เอ่ยถึงชื่อทรัมป์โดยตรง
จากกรณีที่ทรัมป์เคยแสดงความไม่พอใจต่อเนทันยาฮู โดยวิจารณ์ว่ามีข้อมูลรั่วไหลสู่สาธารณะเกี่ยวกับภูเขาพิกแอกซ์ ซึ่งเป็นแหล่งนิวเคลียร์ของอิหร่าน และทรัมป์เคยขู่ว่าจะโจมตีด้วยระเบิด เจ้าหน้าที่ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งในเรื่องนี้ โดยบอกว่าทั้งสหรัฐและอิสราเอลแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกันเป็นประจำ พร้อมยืนยันว่า ท
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งในประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกันเป็นประจำ พร้อมยืนยันว่าเนทันยาฮูไม่ได้กดดันให้ทรัมป์ยกระดับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน และยังเปิดโอกาสสำหรับการแก้ไขปัญหาด้วยการทูต
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ยอมรับว่า ทรัมป์เป็น “หุ้นส่วนอาวุโส” ขณะที่เนทันยาฮูเป็น “หุ้นส่วนผู้น้อย” ในการรับมือกับอิหร่าน และบอกว่า มีสัญญาณอิหร่านกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางเงินเฟ้อและความไม่พอใจที่สูงขึ้นของประชาชน ทั้งนี้ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและตลาดน้ำมันก็เป็นปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน
เจ้าหน้าที่กล่าวอีกว่า อิสราเอลมองว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุด และต้องการให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้ อย่างไรก็ดี อิหร่านยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้มีเป้าหมายในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์

