หน้าแรก ต่างประเทศ ทูตไทย ณ กรุง...

ทูตไทย ณ กรุงมาปูโต เข้าพบ รมช.เศรษฐกิจโมซัมบิก ดันการค้า-ลงทุน 

30.07.26 | 15:00 น.

ทูตไทย ณ กรุงมาปูโต เข้าพบ รมช.เศรษฐกิจโมซัมบิก ดันการค้า-ลงทุน 

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายบัญชา ยืนยงจงเจริญ เอกอัครราชทูต ณ กรุงมาปูโต พร้อมด้วยนายยะห์ยา วงษ์กันยา เลขานุการเอกและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ได้เข้าพบและหารือกับนาย António Grispos รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเศรษฐกิจด้านการค้าแห่งโมซัมบิก (Secretary of State for Trade) โดยมีนาย Gabriel Mutisse ผู้บริหารบริษัท ICM (Mozambique Cereals Institute) Logistics และนาง Beatriz Machava รองผู้อำนวยการแห่งชาติด้านเศรษฐกิจ งานศึกษา และความร่วมมือ (Deputy National Director of Economy, Studies and Cooperation) เข้าร่วมการหารือด้วย

การพบหารือดังกล่าวนับเป็นหนึ่งในการหารือระดับสูงด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนครั้งแรกของเอกอัครราชทูตฯ ภายหลังเดินทางมารับหน้าที่ในโมซัมบิก โดยเอกอัครราชทูตฯ ได้ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะสานต่อและผลักดันความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับโมซัมบิกโดยเฉพาะการขยายความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนและการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ภายใต้นโยบาย Thailand–Africa Initiative ของรัฐบาลไทย

โมซัมบิกเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้และเป็นประเทศที่รองรับการลงทุนของภาคเอกชนไทยในมูลค่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปแอฟริกา โดยเฉพาะในสาขาพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน เครื่องจักรกลการเกษตร และชิ้นส่วนยานยนต์

ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับภาพรวมการค้าทวิภาคี ซึ่งในปี 2568 มีมูลค่ารวม 653.95 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยไทยส่งออกสินค้าไปยังโมซัมบิกมูลค่า 131.70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำเข้าสินค้าจากโมซัมบิกมูลค่า 522.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าส่งออกสำคัญของไทย ได้แก่ ข้าว ยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมต่าง ๆ

Advertisement

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมกันผลักดันการจัดประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย–โมซัมบิก (Joint Trade Committee: JTC) ในโอกาสแรกเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการติดตามและขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนตลอดจนแก้ไขอุปสรรคทางการค้าระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านการค้าข้าว ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างไทยกับโมซัมบิก โดยโมซัมบิกเป็นตลาดสำคัญที่นำเข้าข้าวจากไทยในปริมาณมาก ฝ่ายไทยแสดงความพร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือในด้านดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและขยายโอกาสทางการค้าระหว่างสองประเทศ

ในด้านการลงทุน เอกอัครราชทูตบัญชาฯ ขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลโมซัมบิกต่อโครงการลงทุนของภาคเอกชนไทย โดยเฉพาะโครงการท่าเรือและทางรถไฟ Macuse ซึ่งบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) มีส่วนร่วม ตลอดจนการลงทุนของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ในโครงการ Mozambique LNG โดยเอกอัครราชทูตฯ แสดงความยินดีต่อการกลับมาดำเนินกิจกรรมของโครงการ Mozambique LNG และขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลโมซัมบิกในด้านการออกใบอนุญาต กระบวนการศุลกากร และการออกเอกสารอนุญาตที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินไปตามแผน และสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนโมซัมบิกในระยะยาว

สำหรับงาน FACIM 2026 (จัดขึ้นวันที่ 31 สิงหาคม – 6 กันยายน 2569) ประเทศไทยจะเข้าร่วมงานด้วยพื้นที่จัดแสดงรวม 11 คูหา โดย ปตท. สผ. จะเข้าร่วมจัดแสดงศักยภาพด้านพลังงานและการลงทุนของไทยในโมซัมบิก นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนไทยด้านเครื่องจักรกลและเทคโนโลยีการเกษตรมากกว่า 6 บริษัทเข้าร่วมงาน สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของภาคธุรกิจไทยต่อโอกาสทางเศรษฐกิจในโมซัมบิก

การหารือเป็นไปด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเองและสร้างสรรค์ โดยฝ่ายโมซัมบิกแสดงความพร้อมที่จะร่วมผลักดันและยกระดับความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนกับไทยให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯ ได้มอบถ้วยเบญจรงค์และมะม่วงอบแห้งจากประเทศไทยแก่นาย António Grispos เพื่อเป็นของที่ระลึกและเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างไทยกับโมซัมบิก ขณะที่นาย Grispos ได้มอบมะม่วงหิมพานต์อบแห้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าส่งออกสำคัญของโมซัมบิก แก่เอกอัครราชทูตฯ เป็นของที่ระลึกเช่นกัน

การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยและโมซัมบิกในการยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุน และสร้างความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ