‘ทรัมป์’ ประกาศ บรรลุดีลปลดอาวุธกาซา ยิวถอนกำลัง-รัฐบาลปาเลสไตน์บริหาร
อัลจาซีรารายงานว่า เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ระบุผ่านแพลตฟอร์มทรูซ โชเซียลว่า คณะกรรมการสันติภาพ หรือ บอร์ดสันติภาพ (Board of Peace) บรรลุข้อตกลงให้กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ในฉนวนกาซาปลดอาวุธ โดยข้อตกลงนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้กาซาอยู่ภายใต้รัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ ที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะคณะกรรมการสันติภาพเพื่อช่วยเหลือประชาชนชาวปาเลสไตน์ พร้อมกันนี้ อิสราเอลก็จะได้รับความมั่นคงที่สมควรได้รับ กาซาจะไม่ถูกใช้เป็นฐานการก่อการร้ายอีกต่อไป
ทรัมป์กล่าวว่า การปลดอาวุธจะดำเนินการเป็นระยะๆ และเป็นส่วนหนึ่งช้อตกลงหยุดยิงที่เขาเป็นผู้ผลักดันเพื่อยุติสงครามในกาซา เมื่อเดือนตุลาคม 2025 หลังจากที่การปลดอาวุธเสร็จสิ้น อิสราเอลจะถอนกำลังออกจากกาซา และจะมีกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติเข้ามาทำงานร่วมกับกองกำลังตำรวจปาเลสไตน์ชุดใหม่
“ภายใต้ข้อตกลงนี้ กาซาจะอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลปาเลสไตน์ชุดใหม่ที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง” ทรัมป์กล่าว
ในขณะนี้ ยังไม่มีแถลงการณ์ต่อเรื่องนี้จากกลุ่มฮามาสอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ อัลจาซีราได้รับสำเนาเอกสารข้อตกลงที่กลุ่มฮามาสและกลุ่มการเมืองปาเลสไตน์อื่นๆ เห็นชอบแล้ว ซึ่งตอนนี้ระบุว่า การจัดทำแผนและตารางเวลาสำหรับกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมอาวุธจะต้องแล้วเสร็จภายใน 14 วัน โดยสามารถขยายเวลาได้ หากคณะกรรมการตรวจสอบระหว่างประเทศเห็นชอบ
ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ฝ่ายบริหารของกลุ่มฮามาสเดินทางไปที่กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เพื่อหารือในเรื่องข้อตกลงหยุดยิงกับผู้ไกล่เกลี่ยจากอียิปต์ กาตาร์และตุรกี ซึ่งเจ้าหน้าที่ฮามาสรายหนึ่งเผยว่า การเจรจาเป็นไปในเชิงบวกและกำลังมีความคืบหน้า และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม กลุ่มฮามาสประกาศยุบหน่วยงานที่มีภารกิจบริหารฉนวนกาซามาเกือบ 20 ปี
ผู้สื่อข่าวของอัลจาซีรารายงานจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า ข้อตกลงดังกล่าวกำหนดให้ฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ปลดอาวุธเป็นพื้นที่ทีละส่วน จากนั้นจะมีการรับสมัครตำรวจปาเลสไตน์เพิ่มเติม พร้อมกล่าวว่า ตำรวจปาเลสไตน์จะทำงานร่วมกับกองกำลังประสานงานระหว่างประเทศ โดยมีข่าวลือว่า อาจประกอบด้วยกำลังจากอินโดนีเซียและตุรกี ซึ่งอิสราเอลอาจจะไม่เห็นด้วย
และกล่าวว่า ยังมีอุปสรรคบางประการก่อนที่ทุกฝ่ายจะลงนามในข้อตกลง อย่างไรก็ดี หากฮามาสไม่ยอมรับข้อตกลง สถานการณ์ด้านการเงินของกลุ่มจะยิ่งยากลำบากมากขึ้น นอกจากนี้ มีแรงกดดันจากนานาชาติอย่างชัดเจนต่อฮามาสให้ยอมรับข้อตกลงนี้

