สื่อเขมรโว ‘แม็คโคร เสียมราฐ’ ปิดกิจการสิ้นเดือนก.ค.นี้ หลังสู้กระแสกัมพูชาแบนไทยไม่ไหว
kbn.news สื่อของกัมพูชา รายงานเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมว่า “แม็คโคร” สาขาเสียมราฐ เตรียมปิดตัวลงในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ หลังจากสู้กับกระแสการแบนสินค้าไทยในกัมพูชาไม่ไหว
โดยรายงาน เริ่มต้นด้วยการระบุว่า “ชาวเสียมราฐทำได้แล้ว ชาวพนมเปญล่ะ เมื่อไหร่” ก่อนจะรายงานว่า หลังจากที่แม็คโคร สาขาเสียมราฐ เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากชาวกัมพูชา ในการรวมพลังกันนเด็ดขาดไม่ซื้อสินค้าไทย จนต้องประกาศปิดกิจการอย่างสมบูรณ์ ในปลายเดือนกรกฎาคม หลังจากเปิดทำธุรกิจมานานกว่า 7 ปี
รายงานระบุว่า กระแสคลื่นการคว่ำบาตรที่รุนแรงมหาศาลนี้ กลายเป็นบทเรียนทางเศรษฐกิจที่สั่นสะเทือนและผลักดันให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยแห่งนี้ ต้องถอยออกไปอย่างหมดรูป
โดยจากประกาศของห้างแม็คโคร สาขาจังหวัดเสียมราฐ ระบุว่า จะยุติการขายสินค้าทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป
kbn รายงานว่า ห้างแม็คโคร สาขาเสียมราฐเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ต้องมาถึงทางตัน เนื่องจากถูกโจมตีจากกระแสปฏิเสธสินค้าและบริการที่มีแหล่งกำเนิดจากประเทศไทย แม้ว่าจะพยายามแก้สถานการณ์ ด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์ ผลักดันการขายผ่านระบบออนไลน์แทน ด้วยการขายบนแอพพลิเคชั่นที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น PSAR PLUS แทน
รายงานระบุว่า นักวิเคราะห์ด้านเศรษฐกิจมองว่า นอกจากแรงกดดันจากกระแสการคว่ำบาตรของชาวกัมพูชาจำนวนมาก เนื่องจากแม็คโครเป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ของไทยแล้ว ยังมีปัจจัยร่วมที่สำคัญอื่นๆ เช่น วิกฤตการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเสียมราฐที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ รวมถึงกลยุทธ์การลดสินค้าคงคลังในช่วงที่ผ่านมา ที่ทำให้ยอดขายดิ่งลงอย่างมาก การประกาศปิดตัวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานเท่านั้น แต่ยังสร้างความกังวลและความเสียใจอย่างมากในกลุ่มชาวบ้าน ที่ต้องสูญเสียโอกาสในการทำงานอย่างกะทันหันของพนักงานและคนงานท้องถิ่นจำนวนมากที่เคยทำงานอยู่ที่แม็คโครสาขานี้
kbn ระบุว่า การประกาศปิดตัวของห้างแม็คโคร เสียมราฐ ในปลายเดือนกรกฎาคม เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงพลังและอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ของชาวกัมพูชา ในการใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เพื่อตอบโต้ข้อพิพาทระหว่างประเทศ
พร้อมระบุด้วยว่า นี่คือบทเรียนครั้งใหญ่สำหรับบริษัทต่างชาติทั้งหมด ให้ตระหนักว่า สถานการณ์ทางการทูตและความเคารพต่อความรู้สึกทางชาติของประชาชนเจ้าของประเทศ เป็นปัจจัยที่จะกำหนดชะตากรรมของธุรกิจที่ขาดไม่ได้



