น้ำมันร่วงกว่า 6% เช้านี้ รับข่าวดี ตอ.กลาง หุ้นผันผวน
ราคาน้ำมันร่วงลงอย่างหนักในเช้าวันที่ 3 สิงหาคม ขณะที่ตลาดหุ้นผันผวนในการเปิดซื้อขายวันจันทร์ ท่ามกลางความหวังที่เพิ่มขึ้นว่าอาจเกิดสันติภาพในตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังสหรัฐและญี่ปุ่นยืนยันว่าได้เข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนร่วมกันเพื่อพยุงค่าเงินเยนที่อ่อนแอลงอย่างมาก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาน้ำมันอ้างอิงหลักในตลาดโลก ร่วงลงมากกว่า 6% มาอยู่ที่ 82.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวว่า การเจรจากับอิหร่านจะมีขึ้นในวันจันทร์ โดยเขาได้ยกเลิกแผนการโจมตีอิหร่านที่กำลังจะเกิดขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีการบรรลุข้อตกลงในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และแก้ปัญหาเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
ดัชนีซื้อขายล่วงหน้าของ S&P 500 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% ขณะที่ดัชนีล่วงหน้าของ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.6% แต่ในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ดัชนีนิกเกอิ ปรับตัวลดลง 1% ส่วนดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลงถึง 3.6% หลังจากเผชิญความผันผวนอย่างหนักในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของเกาหลีใต้ร่วงลงไปแล้วถึง 22% ขณะที่ดัชนี MSCI Asia-Pacific ซึ่งไม่รวมญี่ปุ่น ปรับตัวลดลง 1% ในการซื้อขายช่วงเช้า
ด้านเงินเยนแข็งค่าขึ้นมากกว่า 1% มาอยู่ที่ 155.39 เยนต่อดอลลาร์สหรัฐ ในการเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้นักลงทุนในตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่าอาจมีการเข้าแทรกแซงค่าเงินเยนอีกครั้ง
กระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ญี่ปุ่นและสหรัฐได้ร่วมกันแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนด้วยการเข้าซื้อเงินเยน และไม่ลังเลที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น นับเป็นการดำเนินการร่วมกันของทั้งสองประเทศที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก โดยมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการอ่อนค่าของเงินเยน ซึ่งก่อนหน้านี้ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี
ก่อนที่ทางการญี่ปุ่นจะประกาศยืนยันการแทรกแซงค่าเงินเยนร่วมกับสหรัฐ ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐกำลังช่วยญี่ปุ่นพยุงค่าเงินเยนในฐานะ “สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ” และเพื่อช่วยเสริมเสถียรภาพให้เศรษฐกิจโลก
ทรัมป์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงเหตุผลที่สหรัฐเข้าช่วยแทรกแซงค่าเงินเยนว่า ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับค่าเงินเยนที่อ่อนตัว และพวกเขาต้องการความช่วยเหลือเล็กน้อย และสหรัฐก็พร้อมอยู่เคียงข้างญี่ปุ่นเสมอ
ด้านนิค ทวิดเดล หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ ATFX Global กล่าวว่า คำกล่าวของทรัมป์ที่อธิบายว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นเสมือน “การช่วยเหลือกันในฐานะมิตร” กลับทำให้ความน่าเชื่อถือของการมีส่วนร่วมแทรกแซงตลาดของสหรัฐลดลง
“ทั้งสองประเทศกำลังพยายามฝืนปัจจัยพื้นฐานของตลาด ดังนั้นผมคาดว่าเมื่อการแทรกแซงสิ้นสุดลง ตลาดก็จะปรับตัวกลับไปตามปัจจัยพื้นฐาน ก่อนที่ทางการญี่ปุ่นจะประกาศยืนยันการแทรกแซง เว้นแต่ว่าเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยพื้นฐาน” ทวิดเดลกล่าว
มาซายูกิ นากาจิมะ นักกลยุทธ์จากธนาคารมิซูโฮ กล่าวว่า เป้าหมายของการแทรกแซงครั้งนี้น่าจะไม่ใช่การพลิกกลับแนวโน้มโดยรวมของอัตราแลกเปลี่ยนดอลลาร์ต่อเยน เนื่องจากปัจจัยเชิงโครงสร้างยังคงส่งผลลบต่อค่าเงินเยนในวงกว้าง โดยเฉพาะส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นที่ยังอยู่ในระดับสูง
นาคาจิมะกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะโต้แย้งว่าแนวโน้มการอ่อนค่าในระยะยาวของเงินเยนได้เปลี่ยนแปลงไปโดยพื้นฐานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นมันอาจเปลี่ยนไปในทิศทางที่เอื้อต่อการแข็งค่าของเงินเยน เพราะท่าทีในการสื่อสารระหว่างสหรัฐกับญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนไปยังบรรดานักเก็งกำไร” นากาจิมะกล่าว



