ฟื้นอัตลักษณ์! นาอูรู ชาติเกาะในแปซิฟิกใต้ หวนกลับใช้ชื่อปท. นาโอเอโร
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นาอูรู (Nauru) ประเทศเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้และเป็นชาติที่มีขนาดเล็กที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ได้เปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เป็น สาธารณรัฐนาโอเอโร (Republic of Naoero) แล้ว เพื่อให้ตรงกับการสะกดและการออกเสียงตามภาษาประจำชาติ โดยรหัสประเทศที่เป็นสากลจะเปลี่ยนจาก NRU เป็น NRO และประชาชนของชาติเกาะแห่งนี้จะเรียกตนเองว่า เดอี-นาโอเอโร (dei-Naoero) แทนคำว่า ชาวนาอูรู (Nauruan)
แถลงการณ์ที่โพสต์ลงบัญชีเฟซบุ๊กของรัฐบาลเมื่อวันพฤหัสบดี(30 ก.ค.)ที่ผ่านมา ระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการนำชื่อเดิมของประเทศหมู่เกาะอันห่างไกลในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้แห่งนี้กลับมาใช้อีกครั้ง
ทั้งนี้แถลงการณ์ก่อนหน้านี้ของรัฐบาลระบุว่า สาเหตุที่ประเทศเป็นที่รู้จักในระดับสากลด้วยชื่อ “นาอูรู” (Nauru) นั้น เป็นเพราะชื่อท้องถิ่นออกเสียงยากสำหรับชาวต่างชาติ จึงถือเป็นเรื่องของความสะดวกมากกว่าความตั้งใจเลือกใช้ชื่อดังกล่าว
ขณะที่ประธานาธิบดีเดวิด อาแดง ของนาอูรู กล่าวเมื่อครั้งเสนอเปลี่ยนชื่อประเทศนี้ต่อรัฐสภาในเดือนมกราคม กล่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงที่เสนอนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเชิดชูมรดกทางวัฒนธรรม ภาษา และอัตลักษณ์ของชาติเราอย่างแท้จริง”
โดยการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ผ่านการรับรองจากสมาชิกรัฐสภาในการลงมติทั้งสองวาระตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว แม้จะยังไม่มีความชัดเจนในทันทีว่ามีการแก้ไขเอกสารอย่างเป็นทางการแล้วหรือไม่ก็ตาม
ในแถลงการณ์ล่าสุด ประธานาธิบดีอาแดงระบุว่า การเปลี่ยนชื่อประเทศครั้งนี้ถือเป็น “จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความภาคภูมิใจในชาติ” โดยก่อนหน้านี้เมื่อรัฐบาลของเขาลงมติเห็นชอบต่อการดำเนินการดังกล่าวเมื่อเดือนพฤษภาคม ประธานาธิบดีอาแดงเคยประกาศว่าจะให้มีการจัดทำประชามติเพื่อยืนยันเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลระบุในแถลงการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภายหลังการหารืออย่างละเอียดรอบด้าน บรรดาผู้กำหนดนโยบายได้ตัดสินใจว่าไม่มีความจำเป็นต้องจัดการลงประชามติ
“แม้ว่าการทำประชามติจะมีวัตถุประสงค์เพื่อหยั่งเสียงและรับฟังเจตจำนงของประชาชน แต่ชื่อ ‘Naoero’ นั้นไม่เคยสูญหายไป หากแต่เป็นชื่อที่รอคอยการยอมรับและนำมาใช้อย่างเต็มภาคภูมิเท่านั้น” แถลงการณ์ดังกล่าวระบุ และว่า ชื่อนี้ถือเป็นอัตลักษณ์ของประชาชน อีกทั้งยังปรากฏอยู่บนตราแผ่นดินและมีการใช้เรียกขานกันในชุมชน ที่สำคัญคือเป็นชื่อที่ได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ
นาอูรู หรือ นาโอเอโร มีประชากรราว 12,000 คน จัดเป็นประเทศที่มีประชากรน้อยที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากตูวาลูและนครรัฐวาติกัน เกาะปะการังขนาดเล็กแห่งนี้เคยตกเป็นอาณานิคมของเยอรมนีและอยู่ภายใต้การบริหารของออสเตรเลีย ก่อนจะได้รับเอกราชและสถาปนาเป็นสาธารณรัฐในปีค.ศ. 1968
นาอูรู ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ผันผวน โดยอุตสาหกรรมเหมืองแร่ฟอสเฟตเคยสร้างความมั่งคั่งมหาศาลให้กับเกาะในช่วงทศวรรษ 1970 ก่อนที่อุตสาหกรรมดังกล่าวจะล่มสลายลง ส่งผลให้นาอูรูตกอยู่ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจเกือบถึงขั้นล่มสลายในช่วงทศวรรษ 1990
ปัจจุบัน นาอูรู เป็นหนึ่งในประเทศหมู่เกาะที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในโลกจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ



