หน้าแรก ต่างประเทศ ขู่ฟ่อ! น้องส...

ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร

5.08.26 | 12:24 น.
แฟ้มภาพรอยเตอร์

ขู่ฟ่อ! น้องสาวคิม ลั่นเปียงยาง จะใช้ทางเลือกทางทหารใหม่ ตอบโต้ญี่ปุ่นแปลงร่าง สู่มหาอำนาจทางทหาร

คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ออกโรงเตือนผ่านถ้อยแถลงที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี(KCNA) เมื่อวันพุธ(5 ส.ค.)ว่า เปียงยางจะใช้ “ทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม” เพื่อตอบโต้สิ่งที่เธอกล่าวหาว่าญี่ปุ่นกำลังแปรสภาพสู่การเป็นมหาอำนาจทางทหาร หลังจากที่ญี่ปุ่นได้ทำการทดสอบยิงขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์กที่ผลิตโดยสหรัฐเมื่อเร็วๆ นี้


ในถ้อยแถลงดังกล่าว คิม โยจองกล่าวหาญี่ปุ่นว่าได้แปรเปลี่ยนจุดยืนจากการป้องกันและเปลี่ยนกองกำลังติดอาวุธของตนเองให้เป็นกองกำลังที่สามารถโจมตีล่วงหน้าและปฏิบัติการทางทหารนอกประเทศได้

คิม โยจอง กล่าวอ้างถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กจากเรือพิฆาตระบบเอจิสชื่อ “โชไค” ในมหาสมุทรแปซิฟิกของญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ รวมถึงการทดสอบยิงขีปนาวุธอื่นๆ และการเข้าร่วมของญี่ปุ่นในปฏิบัติการซ้อมรบร่วมนำโดยสหรัฐอเมริกาที่ประเทศฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคิม โยจอง กล่าวว่า เกาหลีเหนือจะตอบโต้ในลักษณะที่ทำให้ญี่ปุ่นรู้สึกว่าความมั่นคงของตนเองตกอยู่ในอันตรายมากขึ้น

“เราควรทำให้ญี่ปุ่นเสียใจ” คิม โยจองกล่าว ซึ่งเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดต่อญี่ปุ่นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เธอยังกล่าวหาสหรัฐว่าเป็นผู้สนับสนุนการเสริมสร้างกำลังทางทหารของญี่ปุ่นโดยการจัดหาขีปนาวุธโทมาฮอว์ก ดัดแปลงเรือสำหรับการใช้งานและสนับสนุนการทดสอบขีปนาวุธ

Advertisement

“สหรัฐอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวทางทหารที่อันตรายเช่นนี้ของญี่ปุ่น” น้องสาวผู้นำเกาหลีเหนือกล่าว โดยเธอกล่าวด้วยว่า การที่ญี่ปุ่นได้มาซึ่งขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล ทำให้เกาหลีเหนือและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อยู่ในระยะโจมตีได้ เพื่อตอบโต้กิจกรรมทางทหารของญี่ปุ่นที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของเกาหลีเหนือ เปียงยางจะจัดหาทางเลือกทางทหารเพิ่มเติม แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ

ถ้อยแถลงข้างต้นเป็นท่าทีล่าสุดของทางการเปียงยางในการวิพากษ์วิจารณ์ที่มีมาอย่างต่อเนื่องต่อความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่น โดยนับจากเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา KCNA ได้เผยแพร่บทบรรณาธิการและบทความแสดงความคิดเห็นที่เป็นการประณามกิจกรรมทางทหารร่วมกันของ 3 ชาติดังกล่าว โดยชี้ว่าเป็นการคุกคามต่อความมั่นคงในภูมิภาคและยกระดับความตึงเครียดขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี