ยุโรปขึ้นแท่น ทวีปร้อนเร็วสุดโลก อุณหภูมิพุ่ง น้ำแล้ง
ยุโรป กลายเป็นทวีปที่มีอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นเร็วที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนทำลายสถิติและไฟป่ารุนแรงตลอดช่วงฤดูร้อนปีนี้ โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสเปนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ขณะที่อุณหภูมิในออสเตรียพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม ด้านชาวฮังการีพากันลดการใช้ไฟฟ้าตามคำขอของรัฐบาล เนื่องจากคลื่นความร้อนและภาวะแห้งแล้งระลอกล่าสุด ยังคงส่งผลกระทบอย่างหนักต่อยุโรปตอนกลางและยุโรปตอนใต้
ขณะนี้ศูนย์กลางของคลื่นความร้อนได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันออกมากขึ้น โดยอิตาลีประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีแดงในเมืองใหญ่หลายแห่ง หลังอุณหภูมิในบางพื้นที่พุ่งขึ้นแตะประมาณ 40 องศาเซลเซียส ขณะที่ในแอลเบเนีย เจ้าหน้าที่หน่วยฉุกเฉินยังคงเร่งควบคุมไฟป่าในภูมิภาคมัลลาคัสเตอร์ทางตอนใต้ของประเทศ
สภาพอากาศที่ร้อนจัดยังทำให้สำนักวาติกันต้องย้ายการเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ในการเข้าเฝ้าทั่วไปประจำสัปดาห์ครั้งแรกหลังช่วงหยุดเดือนกรกฎาคม จากเดิมที่จะจัดกลางแจ้งที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ มาเป็นจัดภายในอาคารแทน นักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนกรุงโรมต่างเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าว เพราะช่วยให้หลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวได้
ออสเตรียทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดอีกครั้ง โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของออสเตรียระบุว่า เมือง บาด ดอยช์-อัลเทนบวร์ก ซึ่งอยู่ใกล้พรมแดนสโลวาเกีย มีอุณหภูมิสูงถึง 41.2 องศาเซลเซียส ทำลายสถิติเดิมที่ 41.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ในกรุงเวียนนา
ข้ามพรมแดนไปยังฮังการี บริษัทต่างๆ และครัวเรือนได้ลดการใช้ไฟฟ้าตลอดสัปดาห์นี้ หลังรัฐบาลขอความร่วมมือให้ช่วยลดภาระของระบบโครงข่ายไฟฟ้า ท่ามกลางภาวะแห้งแล้งรุนแรง โดยกรุงบูดาเปสต์กำลังจะเผชิญช่วงที่คลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดในอีกสองวันข้างหน้า ขณะที่อุณหภูมิในวันพุธเพิ่มขึ้นใกล้ 40 องศาเซลเซียส
ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฮังการีต้องหยุดเดินเครื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของประเทศ เนื่องจากโรงไฟฟ้าแห่งนี้ใช้น้ำจากแม่น้ำดานูบในการหล่อเย็น ส่งผลให้ประเทศเผชิญวิกฤตพลังงาน และทำให้ขีดความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าตึงตัวจนเกือบถึงขีดจำกัด
ด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คร์ชโก ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งเดียวของสโลวีเนีย และยังผลิตไฟฟ้าให้กับโครเอเชียด้วย ประกาศเมื่อวันพุธว่า จะเริ่มลดกำลังการผลิตของเครื่องปฏิกรณ์ในช่วงกลางคืน เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติและปริมาณน้ำในแม่น้ำซาวา ซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำดานูบลดลงอย่างมาก โดยในเบื้องต้นจะลดกำลังการผลิตลงเหลือ 80%
ทางตะวันตกของยุโรป ระดับน้ำในแม่น้ำไรน์ของเยอรมนีลดลงแตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่ ส่งผลให้บริการขนส่งสินค้าทางเรือบางส่วนต้องหยุดให้บริการ ขณะที่เรือที่ยังสามารถเดินทางได้ก็ต้องลดปริมาณการบรรทุกลงอย่างมาก ทั้งนี้ แม่น้ำไรน์เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญของยุโรป ไม่ว่าจะเป็นธัญพืช แร่ธาตุ และน้ำมันเชื้อเพลิง

