มะกันคาด บรรลุข้อตกลง ฮอร์มุซ เร็วๆ นี้ ซาอุฯ-ตุรกี-ปากี จับมือ ทำข้อตกลงด้านมั่นคง
เจ้าหน้าที่สหรัฐเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมว่า มีความคืบหน้าในการหารือระหว่างอิหร่านกับโอมาน ซึ่งอาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งในเร็วๆ นี้ และอาจทำให้การส่งออกน้ำมันกลับคืนสู่ภาวะปกติ หลังจากหยุดชะงักลงจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ดำเนินมานาน 5 เดือน
เจ้าหน้าที่สหรัฐคนดังกล่าวระบุว่า วอชิงตันคาดว่าทั้งสองประเทศ ซึ่งตั้งอยู่คนละฝั่งของช่องแคบฮอร์มุซ จะบรรลุข้อตกลงกันในเร็วๆ นี้ เพื่อให้การขนส่งน้ำมันกลับมาเป็นปกติ
“มีความคืบหน้าระหว่างโอมานกับอิหร่านเกี่ยวกับช่องแคบ และเราคาดว่าจะมีข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้ เมื่อมีการประกาศข้อตกลงเพื่อฟื้นฟูการเดินเรือพาณิชย์โดยปราศจากอุปสรรค สหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน” เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว
การบรรลุข้อตกลงระหว่างอิหร่านกับโอมานเกี่ยวกับการควบคุมเส้นทางน้ำยุทธศาสตร์แห่งนี้ ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลงสันติภาพในภาพรวม
เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวกล่าวย้ำว่า เช่นเดียวกับที่ผ่านมา การดำเนินการของสหรัฐจะยังคงขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติจริง และเชื่อมโยงกับการปฏิบัติตามพันธกรณีของอิหร่าน
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งสัญญาณซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจใกล้บรรลุผล แต่ทุกครั้งอิหร่านกลับปฏิเสธว่ากำลังมีการเจรจาเกิดขึ้น ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าความพยายามเจรจารอบล่าสุดจะนำไปสู่ข้อตกลงที่ยั่งยืนได้หรือไม่
การโจมตีเรือเดินทะเลในช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านเกิดขึ้นควบคู่กับการโจมตีที่เพิ่มขึ้นโดยกลุ่มพันธมิตรของอิหร่านในเยเมน ซึ่งก็คือกลุ่มฮูตี โดยกลุ่มดังกล่าวมุ่งโจมตีเรือในอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญ ซึ่งอยู่คนละฝั่งของคาบสมุทรอาหรับ ระหว่างทะเลแดงกับอ่าวเอเดน
บริษัทอาบูดาบี เนชันแนล ออยล์ คอมพานี (ADNOC) หนึ่งในผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก เผยเมื่อวันศุกร์ว่า เรือของบริษัท 15 ลำถูกโจมตี โดยบริษัทระบุว่าเป็น “การโจมตีโดยปราศจากการยั่วยุ” ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง โดยการโจมตีดังกล่าวทำให้ลูกเรือเสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 20 คน
ท่ามกลางความวิตกว่าความขัดแย้งอาจลุกลามไปทั่วภูมิภาค ซึ่งทำให้ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวอาหรับตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยขีปนาวุธของอิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย ปากีสถาน และตุรกี ได้ลงนามในข้อตกลงป้องกันประเทศร่วมกันที่นครมักกะห์เมื่อวันศุกร์
ข้อตกลงระหว่างทั้งสามประเทศ ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐ และมีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายซุนนี มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการยับยั้งร่วมกันต่อการรุกราน และกำหนดว่า การโจมตีด้วยอาวุธต่อประเทศใดประเทศหนึ่งในสามประเทศ จะถือเป็นการโจมตีต่อทั้งสามประเทศ โดยทั้งสามประเทศระบุในแถลงการณ์ร่วม
ตุรกีกล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มุ่งเป้าไปยังประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ และมีวัตถุประสงค์เพื่อการป้องกันประเทศเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การลงนามข้อตกลงเกิดขึ้นในช่วงที่ความตึงเครียดกับอิหร่าน ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนิกายชีอะห์ อยู่ในระดับสูง



