แอนดรูวส์อ้าง แจ้งรัฐบาลไทยล่วงหน้าก่อนเผยรายงาน แต่ไร้คำตอบ
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายทอม แอนดรูวส์ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก “ผู้รายงานพิเศษว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา” ตอบโต้รัฐบาลไทยที่ได้ออกมาตำหนิการทำงานของแอนดรูวส์ โดยระบุว่า
ผมขอขอบคุณสำหรับความสนใจที่มีต่อแถลงการณ์ที่ผมเผยแพร่ในการแถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือนกัมพูชาครั้งล่าสุด ในฐานะผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา
ผมยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแถลงการณ์ของผม รวมถึงความคิดเห็นจากรัฐบาลไทย นั่นเป็นเหตุผลที่ผมได้ส่งร่างแถลงการณ์ล่วงหน้าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งบริเวณชายแดนให้แก่รัฐบาลไทยพิจารณาเป็นการล่วงหน้า 2 วัน ก่อนที่จะมีการเผยแพร่แถลงการณ์ดังกล่าว ซึ่งรวมถึงส่วนที่กล่าวถึงประเด็นการพลัดถิ่นของชาวกัมพูชา แม้ว่าผมจะไม่ได้รับคำตอบจากรัฐบาลไทยต่อการสื่อสารดังกล่าว แต่ผมยังคงเปิดกว้างและพร้อมอย่างยิ่งที่จะหารือเกี่ยวกับมุมมองของรัฐบาลไทย
เจ้าหน้าที่ไทยได้ออกมาโต้แย้งต่อสาธารณะเกี่ยวกับตัวเลขชาวกัมพูชาประมาณ 650,000 คนที่ผมระบุว่าได้รับผลกระทบจนต้องพลัดถิ่นจากความขัดแย้ง รวมถึงการระบุว่า ผู้พลัดถิ่นบางส่วนพำนักอยู่ในดินแดนไทย ผมรับทราบถึงมุมมองของประเทศไทยในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมาจากรายงานของสหประชาชาติ และการที่ผมกล่าวถึงบุคคลเหล่านี้ในฐานะผู้พลัดถิ่นนั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อกังวลด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งใช้โดยไม่คำนึงถึงการอ้างสิทธิเหนือดินแดน
ในเดือนหน้า ผมจะจัดทำรายงานฉบับสมบูรณ์เสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา และผมจะติดต่อไปยังรัฐบาลไทยอีกครั้งในระหว่างการจัดทำรายงานฉบับดังกล่าว ผมหวังว่าจะสามารถหารือและมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ไทย เพื่อให้ผมได้รับทราบมุมมองของฝ่ายไทยก่อนที่จะมีการเผยแพร่รายงาน
ผมขอเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนโดยเร็วและโดยสันติ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางกลับบ้าน ได้ใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสถียรภาพและปลอดภัย และคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจที่การค้าชายแดนจะนำมอบให้ได้
ผมขอชื่นชมรัฐบาลไทยที่ได้แสดงจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ที่เป็นพื้นฐานสำคัญซึ่งการหารือระหว่างกันสามารถและควรตั้งอยู่บนพื้นฐานดังกล่าว
ดังที่ได้กล่าวไว้ในแถลงการณ์ ผมมีความกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลไทย เพื่อแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง ซึ่งรวมถึงประเด็นการพลัดถิ่นของพลเรือน
เพราะไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือคนกัมพูชา สิทธิมนุษยชนล้วนมีความสำคัญ



