ปริปากแล้ว! ทรัมป์ บอกทำตามหน่วยอารักขาแนะ ปมเปลี่ยนเครื่องบิน เหตุเสี่ยงโดนอิหร่านลอบสังหาร
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 11 สิงหาคมว่า เขาได้เปลี่ยนเครื่องบินอย่างลับๆ ในการเดินทางออกจากตุรกีเมื่อเดือนที่แล้วหลังจากเสร็จสิ้นการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดนาโต ซึ่งเป็นไปเป็นตามคำแนะนำของหน่วยอารักขาประธานาธิบดี อย่างไรก็ดี เขาคิดว่าเครื่องบินลำที่เขาโดยสารไปในท้ายที่สุดนั้นยังคงมีความเสี่ยงมากกว่าเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ซึ่งเป็นเครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐที่ระบบการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง
การเปิดเผยของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านั้น วอชิงตันโพสต์ สื่อชั้นนำรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดระบุว่า ผู้นำสหรัฐสับขาหลอกสื่อด้วยการแอบเปลี่ยนไปขึ้นเครื่องบินทหารแทนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันในการเดินทางออกจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เพื่อมุ่งหน้าไปยังอังกฤษ หลังเสร็จสิ้นภารกิจร่วมการประชุมสุดยอดนาโต เนื่องจากมีความเสี่ยงภัยคุกคามเรื่องการลอบสังหารจากอิหร่าน
“ขึ้นอยู่กับหน่วยอารักขาประธานาธิบดี ผมแค่ทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการ ดังนั้น ผมจึงปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยอารักขาฯและกองทัพ” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าว และว่า “ผมเดาว่าคงมีภัยคุกคามเกิดขึ้น ผมไม่ได้ถามรายละเอียดมากนัก เพราะก็ได้รับคำขู่เยอะแยะอยู่แล้ว”
ต่อประเด็นที่นักวิจารณ์บางส่วนตั้งคำถามว่าปฏิบัติการสับขาหลอกครั้งนี้ ทำให้คณะผู้ติดตามและผู้สื่อข่าวที่เดินทางไปกับทรัมป์บนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำที่เข้าใจกันว่าทรัมป์โดยสารอยู่นั้นตกอยู่ในความเสี่ยงหรือไม่ ทรัมป์กล่าวว่า เขาคิดว่าจริงๆ แล้วเครื่องบินลำที่เขานั่งไปนั้นมีความเสี่ยงสูงมากกว่า
“ผมคิดว่ามันเสี่ยงกว่า เพราะนั่นน่าจะเป็นเครื่องบินที่พวกเขาหมายตาจะเล่นงานมากกว่า” ทรัมป์กล่าว
ทำเนียบขาวไม่ได้เปิดเผยเรื่องการเปลี่ยนเครื่องบินอย่างกะทันหันของผู้นำสหรัฐ และเรื่องนี้ยังคงเป็นความลับจนกระทั่งวอชิงตันโพสต์นำออกมาตีแผ่เบื้องลึกเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อวันจันทร์(10 ส.ค.)
หลังปรากฎรายงานข่าววอชิงตันโพสต์ ได้มีการเผยแพร่มีมหรือภาพล้อเลียนบนโซเชียลมีเดียตลอดทั้งวันซึ่งแสดงให้เห็นภาพทรัมป์กำลังหลบซ่อนอยู่ในรถบรรทุกขนส่งอาหารของสนามบิน ก่อนที่เขาจะถูกพาตัวไปขึ้นเครื่องบิน C-32A ของกองทัพอากาศแทนที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าที่ทรัมป์ปรากฎตัวต่อหน้าสื่อก่อนในการเดินทางออกจากตุรกี เพื่อมุ่งหน้าไปยังประเทศอังกฤษ โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐลำดังกล่าวลงจอดที่ฐานทัพอากาศมิลเดนฮอลล์ของอังกฤษเมื่อเวลาประมาณ 22.20 ก่อนที่เครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันลำเก่าซึ่งบรรทุกคณะสื่อมวลชนสหรัฐมาได้เดินทางมาถึงจุดหมายปลายทางเดียวกันในอีกไม่กี่นาทีต่อมา



