อาฟเตอร์ช็อกดินไหวอินโดฯ 341 ครั้ง อพยพ 5,000 คน ดับ 51 ราย
รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ประชาชนราว 5,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ในจังหวัดนูซาเต็งการาตะวันออก เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม โดยในขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นไปที่ตัวเลข 51 รายแล้ว ทั้งยังเกิดดินถล่มอีกด้วย
เบนจามิน เปาลุส อ็อกตาเวียนุส รองรัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 36 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 77 คน จากเหตุแผ่นดินไหวดังกล่าว
หลังเกิดแผ่นดินไหว มีอาฟเตอร์ช็อกตามมาราว 341 ครั้ง โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นแผ่นดินไหวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอินโดนีเซียนับตั้งแต่แผ่นดินไหวในจังหวัดชวาตะวันตกเมื่อปี 2022 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคน
สำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซียระบุว่า ในเขตซิกกา มีประชาชนมากกว่า 3,300 คน อพยพออกจากบ้านด้วยตนเอง หรือไปพักอยู่ในสนามกีฬา โดยประชาชนบางส่วนในซิกกาต้องติดอยู่ภายนอกบ้านที่พังถล่ม ในใต้เต็นท์ชั่วคราวที่ทำจากผ้าใบ ขณะที่ผู้ป่วยบางส่วนได้รับการรักษาในเต็นท์ด้านนอกโรงพยาบาลในเมืองท่ามัวเมเร
อับดุล มูตัส อายุ 63 ปี ให้สัมภาษณ์ว่า ผมเอาแค่ตัวเองออกมา น้ำทะเลกำลังสูงขึ้น เราเลยวิ่งหนีออกมา ขณะที่ไซมอน ซูบันดี รองผู้สำเร็จราชการเขตซิกกา กล่าวกับคอมปัสทีวีว่า แทบทุกคนในซิกกาไม่กล้าอยู่ในอาคาร พวกเขาจึงนอนที่ระเบียงหรือในเต็นท์ด้านนอก
เท็ดดี อินดรา วิจายา เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางรัฐบาลได้ส่งกำลังทหารและตำรวจมากกว่า 3,500 นาย เข้าไปในพื้นที่เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยตามข้อมูลของสำนักงานค้นหาและกู้ภัยอินโดนีเซีย หน่วยกู้ภัยสามารถเข้าไปถึงบางพื้นที่ของเมืองมัวเมเรที่ถูกดินถล่มปิดกั้นได้แล้ว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระบุว่าคนส่วนใหญ่ที่สูญหายน่าจะติดอยู่ใต้ซากอาคาร และมีบ้านเรือนได้รับความเสียหายมากกว่า 1,300 หลัง
อีกทั้ง เปอร์ตามินา บริษัทพลังงานของรัฐบาลอินโดนีเซียระบุว่า สถานีบริการน้ำมัน 20 แห่งไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เนื่องจากไฟฟ้าดับ



