หน้าแรก ต่างประเทศ เกาหลีใต้ลั่น...

เกาหลีใต้ลั่น ซ้อมรบร่วมสหรัฐไม่มุ่งคุกคามเกาหลีเหนือ ทรัมป์เผย คิมติดต่อมา

18.08.26 | 12:10 น.
Reuters

เกาหลีใต้ลั่น ซ้อมรบร่วมสหรัฐไม่มุ่งคุกคามเกาหลีเหนือ ทรัมป์เผย คิมติดต่อมา


รอยเตอร์และเอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม นายอี แจมยอง ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวว่า การฝึกซ้อมป้องกันภัยพลเรือนประจำปี ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับการซ้อมรบร่วม Ulchi Freedom Shield ระหว่างสหรัฐและเกาหลีใต้ เป็นการฝึกซ้อมเพื่อส่งเสริมความสามารถในการป้องกัน โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนชาวเกาหลีใต้ และไม่ได้มีเจตนาคุกคามเกาหลีเหนือ หรือเพิ่มความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งการฝึกซ้อมดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา และจะดำเนินเป็นเวลา 11 วัน

ประธานาธิบดีอี กล่าวว่า เกาหลีใต้ต้องเดินหน้าตามแผนการถ่ายโอนการควบคุมปฏิบัติการทางทหารในช่วงสงครามจากสหรัฐตามที่ได้วางไว้อย่างไม่หยุดชะงัก ในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี โดยความเป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งเป็นรากฐานของความมั่นคงที่แข็งแกร่งขึ้น การเสริมสร้างขีดความสามารถของเกาหลีใต้ก็ช่วยสนับสนุนการมีคุณค่าและความจำเป็นของประเทศในฐานะพันธมิตรเช่นกัน

อีกล่าวว่า ขอให้มีการเร่งดำเนินโครงการเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของเกาหลีใต้ และพัฒนานายทหารที่มีความสามารถในการปฏิบัติการแบบบูรณาการเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นได้อนาคต ด้วยเหตุว่าเส้นแบ่งระหว่างสมรภูมิรูปแบบต่างๆ นั้นเลือนลางมากขึ้นเรื่อยๆ

Advertisement

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ สั่งให้กระทรวงกลาโหมลดขนาดการฝึกซ้อมรบร่วมระหว่างกองทัพสหรัฐและเกาหลีใต้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่สูง ทั้งยังเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งไม่ได้แสดงท่าทีเป็นภัยคุกคาม ต่อมา เขาเผยว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือได้ติดต่อมาหลังจากนั้นด้วย

ทรัมป์กล่าวด้วยว่า เคยถามประธานาธิบดีอีว่า เกาหลีใต้จะเข้าร่วมกับสหรัฐในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านหรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบมาว่า ไม่ ขอบคุณ ทั้งนี้ ด้านเกาหลีใต้กล่าวว่า หวังว่า การฟื้นคืนความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือจะช่วยลดความตึงเครียดบทคาบสมุทรเกาหลี และเกาหลีใต้จะช่วยผลักดันในการเรื่องนี้

ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เกาหลีเหนือไม่น่ากลับสู่โต๊ะเจรจา เนื่องจากมีความมั่นใจมากขึ้นจากการพัฒนาคลังอาวุธนิวเคลียร์และความร่วมมือทางทหารกับรัสเซีย เว้นแต่จะได้รับหลักประกันว่า สหรัฐจะยอมให้ข้อเสนอหรือประนีประนอมครั้งสำคัญ