หุ้น ‘โมเดอร์นา’ พุ่ง 160% หลังแถลงความสำเร็จพัฒนาวัคซีนรักษามะเร็งผิวหนังร่วมกับ ‘เมอร์ค’

20.08.26 | 16:55 น.
โมเดอร์นา
REUTERS

โมเดอร์นา-เมอร์ค แถลงความสำเร็จพัฒนาวัคซีนรักษามะเร็งผิวหนัง ในการทดลองทางคลินิกเฟสสุดท้ายแล้ว – หุ้นโมเดอร์นา พุ่ง 160%

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม บริษัท โมเดอร์นา และ เมอร์ค แถลงความสำเร็จในการร่วมกันพัฒนาวัคซีนรักษามะเร็ง ชนิด mRNA ที่พัฒนาเฉพาะบุคคล ช่วยลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำและการแพร่กระจายของมะเร็งผิวหนัง ชนิดเมลาโนมา ในการทดลองระยะสุดท้าย ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการรักษามะเร็งรูปแบบใหม่ ข่าวดังกล่าว ส่งผลให้หุ้นของโมเดอร์นา พุ่งสูงขึ้นไปถึง 160 เปอร์เซ็นต์


ข่าวระบุว่า บริษัททั้งสองได้ทำการทดลองวัคซีนร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด คีย์ทรูดา(Keytruda) ของเมอร์ค ซึ่งเป็นยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ในการรักษามะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา โดย สตีเฟน โฮจ ประธานบริษัท โมเดอร์นา กล่าวในการให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ป่วยหลายพันคนที่ได้รับการผ่าตัดเพื่อกำจัดก้อนเนื้องอก ชนิดเมลาโนมา ที่มีความเสี่ยงสูง อาจได้รับประโยชน์จากวัคซีนนี้ได้เร็วที่สุดในปีหน้า หากหน่วยงานกำกับดูแลอนุมัติวัคซีนดังกล่าว

ทั้งนี้ นี่เป็นผลการทดลองระยะสุดท้ายที่เป็นบวกครั้งแรกสำหรับวัคซีนมะเร็งชนิด mRNA ซึ่งทำงานโดยการฝึกระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยให้ต่อสู้กับเนื้องอก ผ่านการพุ่งเป้าหมายการกลายพันธุ์เฉพาะจุดของเซลล์เหล่านั้น และยังเป็นการศึกษาครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่า การรักษาแบบควบคู่กับยา คีย์ทรูดา จะได้ผลดีกว่าการรักษาด้วย คีย์ทรูดา เพียงอย่างเดียว ซึ่งขณะนี้ เมอร์ค , โมเดอร์นา และบริษัทอื่นๆ กำลังทดสอบแนวทางที่คล้ายกันนี้กับมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งตับอ่อน

ทั้งนี้ ในการแถลง ระบุว่า การรักษาด้วยยา อินทิสเมอราน บรรลุเป้าหมายหลักในการลดการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง และบรรลุเป้าหมายรองในการป้องกันไม่ให้ก้อนเนื้อร้ายแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ คีย์ทรูดา เพียงอย่างเดียว เมื่อฉีดวัคซีนเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย เซลล์ของผู้ป่วยจะสร้างสำเนาของการกลายพันธุ์เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำและทำลายล้าง

Advertisement

เมอร์คระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองบริษัทได้เริ่มหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลเกี่ยวกับการรักษานี้แล้ว โดยโฮจกล่าวเสริมว่า เมื่อพิจารณาจากการที่วัคซีนได้รับสถานะการบำบัดที่ก้าวหน้า ยานี้อาจพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุดภายในปีหน้า พร้อมทั้งเรียกผลลัพธ์นี้ว่าเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์

ทั้งนี้ ทั้งสองบริษัทยังไม่มีการเปิดเผยผลการทดลองอย่างละเอียด ระบุเพียงว่า จะแบ่งปันข้อมูลในการประชุมทางการแพทย์ที่กำลังจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ยังไม่มีผลลัพธ์เกี่ยวกับอัตราการรอดชีวิตโดยรวม ซึ่งเป็นตัวชี้วัดรอง ในการทดลอง เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีชีวิตยืนยาวกว่าผู้ที่ไม่ได้รับหรือไม่

คาเรน นุดเซน ซีอีโอของสถาบันปาร์กเกอร์เพื่อการบำบัดมะเร็งด้วยภูมิคุ้มกัน กล่าวว่า ผลลัพธ์ของโมเดอร์นาอาจส่งสัญญาณถึงยุคใหม่ของการรักษาโรคเนื้องอกชนิดก้อน และว่า ความสำเร็จที่เป็นบวกครั้งนี้ ได้นำพาไปสู่เฟสถัดไปในการบำบัดด้วยภูมิคุ้มกันอย่างแท้จริง พร้อมระบุว่า “นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่มีแนวโน้มที่ดีอย่างยิ่ง และเป็นจุดที่สิ่งต่างๆเริ่มต้นขึ้น
รายงานระบุว่า ความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีนมะเร็งดังกล่าว ส่งสัญญาณถึงการพลิกฟื้นสถานการณ์ของโมเดอร์นา ที่ก่อนหน้านี้ประสบปัญหาในการผลักดันผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากวัคซีนโควิด-19 และต้องเผชิญกับแรงต้านเทคโนโลยี mRNA จากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ

โดยนาย โรเบิร์ต เอฟ.เคนเนดี จูเนียร์ รัฐมนตรีสาธารณสุขและบริการของสหรัฐ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีน mRNA พร้อมทั้งตัดงบประมาณโครงการวัคซีน mRNA ลงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ยังคงให้ทุนสนับสนุนการทดลองวัคซีนมะเร็งต่อไป รวมถึงวัคซีนที่พัฒนาจากเทคโนโลยี mRNA ด้วย

ข่าวดังกล่าว ทำให้หุ้นของโมเดอร์นา พุ่งขึ้นไปสูงถึง 160 เปอร์เซ็นต์ สูงที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาดของบริษัท เพิ่มขึ้นเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่หุ้นของเมอร์ค ก็ปรับตัวสูงขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ อันเป็นผลจากความคาดหวังว่า วัคซีนนี้จะช่วยขยายโอกาสในตลาดรักษามะเร็ง หลังจากที่ยา คีย์ทรูดา ซึ่งเป็นยาภูมิคุ้มกันบำบัดที่ใช้รักษาโรคมะเร็งหลายชนิด เคยเป็นยาที่ขายดีที่สุดในโลก กำลังจะหมดอายุสิทธิบัตรในช่วงปลายทศวรรษนี้

ทั้งนี้ มะเร็งผิวหนังชนิด เมลาโนมา เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดที่อันตรายที่สุด ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ของสหรัฐ ระบุว่า ในปี 2023 มีผู้ป่วยที่ใช้ชีวิตอยู่กับโรคมะเร็งผิวหนังชนิด เมลาโนมา มากกว่า 1.5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา