โฟกัสโลกรอบสัปดาห์ : ปรากฏการณ์ ‘นิวไหล’ สะท้อนอะไรในสังคมยุคโซเชียล-AI
ในปัจจุบัน อิทธิพลของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทวีความสำคัญอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เมื่อ AI กำลังปฏิวัติห่วงโซ่การผลิตจากต้นน้ำยันปลายน้ำ ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดและเขียนบทภาพยนตร์ การสร้างภาพ การถ่ายทำ การตัดต่อ ไปจนถึงการทำการตลาดและการจัดจำหน่าย
ในห้วงที่พลังของปัญญาประดิษฐ์สามารถรังสรรค์ความ ‘สมบูรณ์แบบ’ ให้เกิดขึ้นได้ภายในเสี้ยววินาที ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจีนเรื่อง หนิวไหล (牛来) ซึ่งมีภาพหยาบกระด้างและไม่สมบูรณ์แบบเมื่อเทียบกับมาตรฐานการผลิตแอนิเมชั่นของวงการภาพยนตร์ปัจจุบัน กลับสร้างความมหัศจรรย์ กวาดรายได้และประสบความสำเร็จอย่างน่าทึ่ง พร้อมกับสะท้อนพฤติกรรมมนุษย์ในยุคที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตประจำวัน
หนิวไหลเป็นผลงานการสร้างของคู่แม่ลูก ซุน ลี่ฟาง และซิน อวี่เมิ่ง ใช้เวลาการผลิตนานถึง 5 ปี โดยมีรายงานว่าแอนิเมชั่นเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างเพียง 1,350 หยวน (ประมาณ 6,500 บาท) และเข้าฉายในโรงภาพยนตร์จีนเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ปราศจากการประชาสัมพันธ์ตัวอย่างหรือโปรโมตภาพยนตร์ใดๆ อีกทั้ง โปสเตอร์หน้าโรงหนังยังถูกวาดด้วยมือของพนักงานโรงภาพยนตร์เอง

ข้อมูลจากเมาเหยี่ยน แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรภาพยนตร์ในจีน ระบุว่า ในช่วง 9 วันแรกหลังจากที่หนิวไหลเข้าฉาย จากประชากรจีนราว 1.4 พันล้านคน มีผู้ชมแอนิเมชั่นเรื่องนี้เพียง 236 คนเท่านั้น สามารถทำรายได้ไปเพียงประมาณ 7,000 หยวน (ประมาณ 34,000 บาท) ก่อนที่จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 33.06 ล้านหยวน (ประมาณ 160.5 ล้านบาท) ณ วันที่ 20 สิงหาคม
อี้เจี้ยนไฟแนนซ์รายงานว่า ความนิยมของหนิวไหลส่งผลให้โรงภาพยนตร์หลายแห่งทั่วประเทศจีนต้องเพิ่มรอบฉายจากที่เคยน้อยกว่า 5 รอบต่อวัน เป็นมากกว่า 300 รอบ ท่ามกลางการแข่งขันกับภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง The Odyssey และ Spider-Man: Brand New Day

ความนิยมของนิวไหลแสดงให้เห็นพฤติกรรมของมนุษย์บนโลกโซเขียล ซึ่งได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคมในโลกยุคดิจิทัล จากจุดเริ่มต้นที่มีผู้โพสต์คลิปภาพยนตร์พร้อมวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของภาพ เสียงพากย์ที่ไม่สอดคล้องกับการขยับปาก รวมถึงปัญหาด้านการตัดต่อ กลายเป็นชนวนให้เกิดกระแสไวรัล รวมถึงความสงสัยและความต้องการพิสูจน์ว่า หนิวไหลแย่ขนาดนั้นจริงหรือไม่ ก่อนที่ผู้ใช้งานโซเชียลรายอื่นจะเข้ามามีส่วนร่วมผ่านการทำมีมล้อเล่นและสร้างคอนเทนต์ต่อยอด จนกระแสขยายตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวคิด Social Proof ทางจิตวิทยา ซึ่งอธิบายว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่จะมองว่าพฤติกรรมหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเหมาะสมและน่าสนใจมากขึ้น เมื่อเห็นว่าคนจำนวนมากกำลังให้ความสนใจหรือแสดงพฤติกรรมในลักษณะเดียวกัน ยิ่งมีคนทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องนี้มากเท่าไหร่ หนิวไหลก็ยิ่งถูกพูดถึงมากขึ้นเท่านั้น
ความรู้สึก FOMO (Fear of Missing Out) เป็นอีกแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนกระแสของหนิวไหล ผู้ที่ดูภาพยนตร์สามารถเข้าร่วมบทสนทนาที่เกิดขึ้นบนโลกออนไลน์และมีมที่เกิดขึ้น ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้ดูอาจรู้สึกว่า ตนเองกำลังพลาดบางสิ่งบางอย่าง ไม่สามารถมีส่วนร่วมกับคนรอบข้างและถูกปฏิเสธจากสังคม บ่งชี้ว่า นิวไหลไม่ได้เป็นเพียงแค่กิจกรรมเพื่อความบังเทิง แต่เป็นสิ่งที่ถูกใช้เพื่อแลกเปลี่ยนทางสังคม พร้อมสะท้อนให้เห็นว่า ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอาจไม่ได้ต้องการภาพยนตร์ที่ดีที่สุด ไปมากกว่าภาพยนตร์ที่สามารถใช้เพื่อสร้างบทสนทนาและปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นบนโลกออนไลน์ ได้
ในปัจจุบัน AI ถูกนำมาใช้ในการผลิตสื่อ Visual อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นละครแนวตั้ง การรายงานข่าวหรือคอนเทนต์อื่นๆ จนสื่อที่สร้างด้วย AI กลายเป็นเรื่องปกติและคุ้นเคยสำหรับผู้บริโภคไปแล้ว อย่างไรก็ดี มนุษย์มีแนวโน้มที่จะให้ความสนใจกับสิ่งที่ ขาดแคลนหรือพบเห็นได้ยาก และมักรับรู้ว่าสิ่งนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หรือที่เรียกว่า Scarcity Effect
ลักษณะทางจิตวิทยา Novelty Seeking ที่อธิบายว่า มนุษย์ถูกกระตุ้นให้มีพฤติกรรมจากความต้องการสัมผัสความแปลกใหม่ หรือผิดจากความคุ้นเคย ก็เป็นอีกพฤติกรรมที่เห็นได้ชัดเจนจากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ทั้งหมดล้วนแสดงให้เห็นว่า ในยุคที่ผู้คนคุ้นชินกับผลผลิตที่ไร้ตำหนิจากการใช้ AI ความไม่สมบูรณ์แบบได้ถูกจัดให้เป็นจุดเด่นและทำให้เห็นความเป็นมนุษย์มากขึ้น ซึ่งหาได้ยากท่ามกลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
นิวยอร์กไทมส์ภาคภาษาจีนรายงานว่า ซูเผิง บล็อกเกอร์จากมณฑลเสฉวน กล่าวว่า การขาดการปรับแต่งด้วยระบบดิจิทัลกลับทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความจริงใจที่ดูไม่ปรุงแต่ง ซึ่งนับวันยิ่งหาได้ยากในภาพยนตร์ปัจจุบัน ไม่ว่าการผลิตด้วย AI จะก้าวหน้าเพียงใด ผลงานก็ยังดูไม่จริง ขณะที่หนิวไหล แม้จะดูหยาบเพียงไหน ก็สร้างขึ้นโดยมนุษย์
กระแสที่เกิดขึ้นยังนำไปสู่ความสนใจในเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ การรายงานเบื้องหลังการผลิตได้ก่อให้เกิดความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความต้องการที่จะสนับสนุน เอทีวีนิวส์รายงานว่า ด้วยงบประมาณที่จำกัด ซิน อวี่เมิ่ง ต้องรับหน้าที่ผู้กำกับ ควบคู่กับผู้สร้างโมโดล คนจัดแสง นักตัดต่อและนักพากย์เสียง นอกจากนั้น เขาต้องซื้อคอมพิวเตอร์ธรรมดาจากตลาดมือสองมาใช้ในการสร้างผลงาน เมนบอร์ดของคอมพิวเตอร์ที่เคยซื้อมายังเคยไหม้เพราะทำงานหนักเกินไปด้วย ทั้งนี้ หนิวไหลถูกผลิตด้วยมือทั้งหมด เฟรมต่อเฟรม โดยไม่พึ่ง AI แม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน ซุน ลี่ฟาง ผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นอดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจที่เกษียณแล้วและไม่มีประสบการณ์ในการผลิตภาพยนตร์ เธอเรียนรู้การเขียนบทภาพยนตร์ตั้งแต่เริ่ม พากย์เสียงตัวละครหญิงทั้งหมด รวมถึงเรียนรู้ดนตรีด้วยตนเองจนสามารถแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ โดยเธอได้เขียนและร้องเพลงประกอบชื่อที่ว่า สายลมเย็นหลังฝนตกมีกลิ่นหอม (雨后清风有香) ด้วย
ซิน อวี่เมิ่ง จบการศึกษาด้านการออกแบบภูมิทัศน์และเคยประกอบอาชีพด้านการตกแต่งอาคาร แต่หลังจากชมภาพยนตร์แอนิเมชั่นจำนวนมาก เขาเปลี่ยนสายงานในปี 2021 และเปลี่ยนชื่อบริษัท Dalian Jingyuan Decoration Engineering Co., Ltd. เป็น Dalian Jingyuan Culture Film and Television Media Co., Ltd. และจดทะเบียนกับสำนักงานภาพยนตร์ในปลายปีเดียวกัน
รายงานประจำปีของบริษัทระบุว่า มีพนักงานที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันสังคมเพียงคนเดียว และมีทุนจดทะเบียนเพียง 100,000 หยวน ทั้งนี้ ความเป็นไวรัลของนิวไหลทำให้วิสาหกิจขนาดเล็กสามารถเป็นกำลังสำคัญในการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่อยอดมาจากกระแสความนิยม
ซีน่าไฟแนนซ์รายงานว่า หุ้น A-share จำนวน 4 บริษัทที่มีคำว่า ‘หนิว’ อยู่ในชื่อ รวมถึง Jinniu Chemical, Tongniu Information และ Luoniushan กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนและปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ขณะที่บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Taobao ก็มีการจำหน่ายสินค้ามากมายโดยใช้คาแรคเตอร์ของนิวไหล รวมถึงตุ๊กตา พวงกุญแจและเสื้อผ้า
ปรากฎการณ์นิวไหลเผยให้เห็นถึงพฤติกรรมมนุษย์ในยุคดิจิทัล ในวันที่โซเชียลมีเดียและ AI เข้ามามีอิทธิพลสำคัญ สิ่งที่ไม่สวยงามกลับกลายเป็นสิ่งที่งดงามที่สุด ผู้บริโภคในยุคนี้อาจไม่ได้มองหาความไร้ที่ติ แต่เป็นความจริงที่ว่า มีมนุษย์จริงๆ พยายามผลิตบางอย่างออกมาด้วยหัวใจ




