ธรรมชาติในท่วงทำนอง เสน่ห์ ‘กุกอัก’ ดนตรีดั้งเดิมเกาหลี
เสียงคายากึมดุจสายน้ำที่เคลื่อนผ่านอย่างอ่อนโยน ขณะที่เสียงขลุ่ยแทกึมถ่ายทอดความพลิ้วไหวของสายลมพัดผ่านป่าไผ่ ผสานกับเสียงแฮกึมที่สั่นพลิ้วคล้ายเม็ดฝนโปรยกระทบใบบัว ก่อนที่เสียงคอมุนโกจะเข้ามาด้วยโทนทุ้มลึกและหนักแน่น ราวผืนแผ่นดินที่รองรับทุกสรรพสิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงหัวใจของ “กุกอัก” ดนตรีดั้งเดิมของเกาหลีที่บรรเลงวิถีของธรรมชาติผ่านท่วงทำนอง พร้อมสะท้อนสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์และธรรมชาติควบคู่กัน
ความกลมกลืนระหว่างดนตรีกับธรรมชาตินี้ปรากฏขึ้นในค่ำคืนของการแสดง Korean Sound โดยวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลี จัดขึ้นโดยศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ 2026 Touring K-Arts ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี และมูลนิธิเกาหลีเพื่อการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างประเทศ (KOFICE)
บนเวที ศิลปินรุ่นใหม่จากโครงการพัฒนายุวศิลปินของวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลีจำนวน 11 คน และศิลปินจากคณะชางกึกละครร้องเพลงแห่งชาติเกาหลีอีก 1 คน ร่วมกันถ่ายทอดเสียงของเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมหลากหลายชนิด รวมถึงคายากึม คอมุนโก แทกึม พีรี แฮกึม และแทอาแจง ทั้งนี้ ความหลากหลายดังกล่าวไม่ได้ประชันแย่งชิงพื้นที่ของกันและกัน หากแต่สอดรับกันอย่างเกื้อหนุน ก่อร่างเป็นภาพความงดงามของธรรมชาติที่เปี่ยมชีวิตชีวา
การแสดงในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งเพลงชองอัก หรือดนตรีราชสำนักดั้งเดิมของเกาหลี ตลอดจนบทเพลงร่วมสมัย ไม่ว่าจะเป็น ยางชองโดดือรี, ฉากชวาอูนาโจล หนึ่งในตอนของพันโซรี เรื่องซูกุงกา, ซูรยูฮวาแก และสีสันแห่งกาลเวลา ทว่า ไฮไลต์สำคัญของค่ำคืนนี้อยู่ที่บทเพลงสุดท้าย Together Arirang โดยวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลีได้บรรเลงเพลง “อารีรัง” เพลงพื้นบ้านซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเกาหลี ร่วมกับ “ลาวดวงเดือน” เพลงพื้นบ้านที่ชาวไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี เปรียบเสมือนสะพานแห่งเสียงดนตรีที่เชื่อมโยงผู้คนและวัฒนธรรมของไทยและเกาหลีเข้าด้วยกันอย่างอบอุ่นและกินใจ
นางซอนจู ลี ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมเกาหลี กล่าวว่า ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีจัดการแสดงครั้งนี้ขึ้นเนื่องจากความมุ่งมั่นและแนวทางของศิลปินรุ่นใหม่ที่พยายามนำเสนอ กุกอัก ซึ่งเป็นรากฐานของดนตรีเกาหลี ให้ผู้ชมทั่วโลกในปัจจุบันสามารถเพลิดเพลินไปด้วยกันได้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีประจำประเทศไทย และกล่าวเสริมว่า จะเดินหน้าสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนระหว่างศิลปินเยาวชนของทั้งสองประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีเป็นแหล่งบ่มเพาะที่คนรุ่นใหม่ของทั้งสองประเทศสามารถสื่อสารและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันผ่านวัฒนธรรม

ต่อคำถาม วัฒนธรรมเกาหลีมีอิทธิพลต่อวิธีการบรรเลงดนตรีดั้งเดิมของเกาหลีอย่างไร แช ชีซอง ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์และหัวหน้าวงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลี กล่าวว่า หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การสืบทอดวิธีการบรรเลงดนตรีดั้งเดิมของเกาหลี จะพบว่าได้รับอิทธิพลอย่างมากจากวัฒนธรรมในยุคโชซอนเมื่อกว่า 600 ปีก่อน สังคมดั้งเดิมในยุคนั้นยึดถือระเบียบตามหลักขงจื๊อ ซึ่งแบ่งแยกวิถีชีวิตตามชนชั้นทางสังคม ดนตรีดั้งเดิมเองก็มีการแบ่งประเภทตามชนชั้นของผู้รับฟังเช่นกัน โดยหลักๆ แล้ว ดนตรีที่ชนชั้นสูง ตั้งแต่ขุนนางที่เรียกว่า ยังบัน ไปจนถึงราชวงศ์นิยมฟัง จะเรียกว่า ชองอัก และดนตรีที่ชาวบ้านทั่วไปชื่นชอบ จะเรียกว่า มินโซกัก
ชองอัก แสดงให้เห็นถึงความสง่างามของชนชั้นสูงและพระราชอำนาจของราชวงศ์ โดยจะบรรเลงให้เข้ากับมารยาทและขนบธรรมเนียมต่างๆ และสำรวมอารมณ์ให้มากที่สุด ดนตรีจึงมีลักษณะที่ช้าและเนิบนาบ ในทางตรงกันข้าม มินโซกัก จะถ่ายทอดอารมณ์อย่างเต็มที่เพื่อปลอบประโลมและให้กำลังใจในการใช้ชีวิตที่ยากลำบากของชาวบ้าน โดยนำเสนอการบรรเลงที่ดึงศักยภาพการแสดงออกของเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นออกมาอย่างเต็มที่ เช่น นงฮยอน (การสั่นสาย) หรือ ชิกิมแซ (การตกแต่งเสียง) เพื่อสร้างความมีชีวิตชีวาของดนตรีผ่านจังหวะที่หลากหลาย
แม้ในอดีต เกาหลีจะมีระเบียบสังคมที่เคร่งครัด แต่ผู้คนก็ใช้ดนตรีช่วยสร้างความกลมกลืน วัฒนธรรมทางดนตรีที่สืบทอดมาจากอดีตนี้ ยังคงมีคุณค่าในประเทศเกาหลีใต้จนถึงปัจจุบัน ทั้งในฐานะมรดกอันล้ำค่า และเป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดอารมณ์อันละเอียดอ่อนของชาวเกาหลี อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นรากฐานของ K-Content ที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลกได้
แช ชีซอง กล่าวถึงบทบาทของดนตรีดั้งเดิมเกาหลีในการขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมของเกาหลีสู่ต่างประเทศ ท่ามกลางกระแสความนิยมของ K-Pop ที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมหาศาลจากผู้คนทั่วโลกด้วยว่า ดนตรีดั้งเดิมของเกาหลีที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน ผ่านจังหวะที่หลากหลายและท่วงทำนองอันงดงามได้แฝงเรื่องราวชีวิตและอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลายของชาวเกาหลีไว้ เหตุผลที่ดนตรีเกาหลีดั้งเดิมยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันโดยไม่เปลี่ยนแปลง ก็เพราะมีคุณค่าทางศิลปะและความเป็นที่นิยม ที่ทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและมีอารมณ์ร่วมได้ข้ามยุคสมัยและรุ่นวัย
การที่องค์ประกอบของดนตรีดั้งเดิมถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่องในคอนเทนต์วัฒนธรรมอันหลากหลายของเกาหลี เช่น K-Pop และ K-Drama ก็สอดคล้องไปในทางเดียวกัน เมื่อไม่นานมานี้ BTS ได้ตั้งชื่ออัลบั้มใหม่ว่า Arirang ตามชื่อเพลงพื้นบ้านดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงของเกาหลี และในเพลง IDOL รวมถึง Daechwita ก็มีการนำเครื่องดนตรีเกาหลีดั้งเดิมมาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากนี้ ในเพลงที่ใช้ประกอบซีรีส์เรื่อง Squid Game ก็ได้มีการนำบันไดเสียงดั้งเดิมของเกาหลีมาใช้ด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ดนตรีเกาหลีดั้งเดิมจึงเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์ที่ทรงพลังสำหรับผู้สร้างสรรค์ผลงาน เพราะนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ความเป็นเกาหลีแล้ว ยังมีความโดดเด่นที่สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้คนทั่วโลกได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน สำหรับผู้ชม ดนตรีเกาหลีดั้งเดิมก็สามารถเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการแสดงออกที่ช่วยถ่ายทอดเอกลักษณ์และตัวตนของแต่ละคนได้เช่นกัน
ด้าน อี ซูจิน จากโครงการพัฒนายุวศิลปิน วงดุริยางค์แห่งชาติเกาหลี ให้สัมภาษณ์ว่า หวังว่าผู้ชมทุกท่านจะได้สัมผัสกับสีสันที่หลากหลายและความงดงามของดนตรีดั้งเดิมของเกาหลีด้วยตัวเองผ่านการแสดงในวันนี้ เครื่องดนตรีเกาหลีหลากหลายชนิดมีโทนเสียงที่แตกต่างกัน แต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ยิ่งเมื่อมีการเพิ่มสีสันด้วยเสียงร้องพันโซรี และองค์ประกอบทางการแสดง โดยดนตรีเกาหลีเป็นดนตรีที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและเป็นสื่อกลางที่เชื่อมผู้คนเข้าหากันได้ การแสดงในครั้งจึงเป็นช่วงเวลาที่มีความหมาย ซึ่งช่วยให้เกาหลีและไทยได้ก้าวข้ามความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม และใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านเสียงดนตรี
ในค่ำคืนของการแสดง Korean Sound กุกอัน ได้พาผู้ชมชาวไทยออกเดินทางข้ามพรมแดนไปสัมผัสความเป็นเกาหลีผ่านเสียงดนตรีที่ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติ และได้พิสูจน์ว่าดนตรีคือภาษาสากลที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันได้ โดยไม่ต้องมีถ้อยคำใดเป็นตัวกลาง

