อิหร่านลั่น หนุนคว่ำบาตรสหรัฐเป็นการประกาศสงคราม ไม่ส่งน้ำมันแม้แต่หยดเดียว
จากกรณีที่มีรายงานว่า นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ จะแถลงมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ต่ออิหร่านในวันที่ 24 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่น
อิหร่านกร้าวไม่ส่งน้ำมันแม้แต่หยดเดียว
เอพีรายงานว่า เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานจะถือว่าทุกประเทศที่ให้การสนับสนุนมาตรการทางเศรษฐกิจใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่านถือเป็นการประกาศสงคราม ขณะที่รอยเตอร์รายงานว่า โมห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุผ่านโชเซียลมีเดียเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ว่า อิหร่านจะใช้มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจต่อการคว่ำบาตรของสหรัฐ โดยหากสงครามเศรษฐกิจยังคงดำเนินต่อไป จะไม่มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่หยดเดียว ไม่ว่าจะผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือจากที่ใดก็ตามในอ่าวเปอร์เซีย
“อิหร่านจะถือว่าการที่ประเทศใดเข้าร่วมหรือสนับสนุนสงครามเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ต่อประชาชนชาวอิหร่าน เป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นสงคราม” เรซาอีกล่าว
นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศอิหร่าน ระบุเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ว่า การข่มขู่ดังกล่าวเป็นสัญญาณของความสิ้นหวัง และมาตรการใหม่นี้จะไม่สามารถเอาชนะอิหร่านได้
พร้อมบอกว่า สหรัฐกำลังทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยการที่สหรัฐเปลี่ยนจากปฏิบัติการทางทหารกลับมาพูดแผนเดิมๆ อีกครั้ง แสดงให้เห็นว่าพวกเขากำลังสิ้นหวัง และทางวอชิงตันจำเป็นต้องเจรจากับอิหร่านด้วยความเคารพ เพื่อหาทางออกที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความยุติธรรมและศักดิ์ศรี
“เราไม่เคยหวาดกลัวการกระทำทั้งหมดของสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมหรือการเคลื่อนไหวทางทหารในรูปแบบอื่น ๆ ล้วนล้มเหลว และเรื่องใหม่นี้ของพวกเขาก็จะล้มเหลวเช่นกัน” อารักชีกล่าว
สหรัฐลั่นจัดหนักคว่ำบาตรอิหร่าน
เบสเซนต์เขียนในบทความเผยแพร่ในไฟแนนเชียลไทม์ว่า เมื่อพระอาทิตย์เริ่มขึ้นจะเป็นจุดเริ่มต้นของดีเดย์ทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปฏิบัติการโจมตีทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา พร้อมส่งสัญญาณว่า สหรัฐจะมุ่งเป้าไปยัง ‘ประเทศที่หวาดกลัว’ ซึ่งได้ใช้แนวทางประนีประนอมด้วยการมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและด้านการเงินกับอิหร่าน ซึ่งก็ควรควรพิจารณาให้รอบคอบถึงผลที่จะตามมา
ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เตือนว่า ประเทศใดก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามกับอิหร่านจะต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ขณะที่เบสเซนต์เรียกร้องให้จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านมากกว่า 80% ให้ความร่วมมือกับสหรัฐ โดยจีนเรียกร้องให้ใช้แนวทางทางการทูตเพื่อจัดการกับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น
ราคาน้ำมันดิ่ง
ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงมากกว่า 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าลดลง 1.22 ดอลลาร์ หรือ 1.29% มาอยู่ที่ 93.17 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียตของสหรัฐลดลง 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.38% อยู่ที่ 85.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากนักลงทุนเข้าขายทำกำไรก่อนการประกาศมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ซึ่งอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักของการจัดหาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
วิเวก ดาร์ นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์จากธนาคารคอมมอนเวลธ์แห่งออสเตรเลีย ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่านโยบายของสหรัฐที่มุ่งแยกอิหร่านออกจากระบบเศรษฐกิจโลกจะได้ผลหรือไม่ ทั้งนี้ หากมาตรการของสหรํฐประสบผลสำเร็จ อิหร่านมีแนวโน้มจะตอบโต้ด้วยความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ตลาดพลังงานต้องจับตามอง
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG Markets กล่าวว่า กลุ่มผู้นำอิหร่านบางส่วนที่เป็นสายปฏิบัติจริงอาจต้องการลดความตึงเครียด ทว่า ฝ่ายสายเหยี่ยวอาจต้องการต่อสู้จนถึงที่สุด คิดว่าภายในสิ้นสัปดาห์นี้ น่าจะเป็นที่ชัดเจนว่าฝ่ายใดในกลุ่มผู้นำอิหร่านเป็นฝ่ายมีอำนาจเหนือกว่า
ปากีฯ จ่อเยือนเตหะรานหนุนมั่นคงภูมิภาค
ในวันเดียวกันกับแถลงข่าว อาซิม มูนีร์ นายทหารระดับสูงของปากีสถาน จะเดินทางไปที่กรุงเตหะราน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาค โดยแหล่งข่าวเผยว่า มูนีร์จะหยิบยกประเด็นมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐขึ้นมาหารือด้วย
ก่อนหน้านี้ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ สมาขิกรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลได้รับหนังสือจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการจัดตั้งกรอบความมั่นคงระดับภูมิภาคและความร่วมมือทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ พร้อมกล่าวหาสหรัฐว่า กำลังทำให้ความมั่นคงของพันธมิตรในภูมิภาคตกอยู่ในอันตราย เพื่อผลประโยชน์ของอิสราเอล และเสริมว่าการสร้างระเบียบระดับภูมิภาคที่เป็นอิสระ และเกิดขึ้นภายในภูมิภาคเองจะนำมาซึ่งสันติภาพและความมั่นคง



