อินโดนีเซีย ยังตึงเครียด หลังม็อบชุมนุมครบ 1 ปี ประท้วงใหญ่ต้านรัฐบาล กลายเป็นเหตุจลาจลกลางดึก
บรรยากาศในกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ยังคงตกอยู่ในความตึงเครียด โดยระบบขนส่งมวลชนทั้งทางรถไฟและรถบัสโดยสารได้ถูกระงับหรือต้องเปลี่ยนเส้นทางวิ่งให้บริการในบางเส้นทาง หลังจากการรวมตัวชุมนุมในวาระครบ 1 ปีของการลงถนนประท้วงต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่เมื่อวันก่อนได้กลายเป็นเหตุจลาจลรุนแรงขึ้นในช่วงคืนที่ผ่านมา

สื่อท้องถิ่นรายงานว่าการเดินขบวนประท้วงของกลุ่มผู้ประท้วงจากหลากหลายกลุ่มเริ่มต้นขึ้นในเช้าวันพฤหัสบดี(27 ส.ค.) ใกล้กับอาคารรัฐสภา ท่ามกลางการการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นในวันครบรอบ 1 ปีการประท้วงต่อต้านเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งยืดเยื้อต่อเนื่องนาน 2 สัปดาห์และถือเป็นบททดสอบสำคัญต่อการบริหารประเทศของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต
โดยตำรวจหลายพันนายได้วางกำลังรักษาการณ์ในกรุงจาการ์ตาก่อนการชุมนุมจะเริ่มขึ้น ในขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงได้แสดงออกถึงความไม่พอใจต่อการดำเนินนโยบายหลายประการของรัฐบาลปราโบโวพร้อมทั้งยังเรียกร้องให้มีการลงโทษสถานหนักต่อเจ้าหน้าที่ที่ก่อการทุจริต
กระทั่งการชุมนุมได้สลายตัวลงในช่วงเย็น ทว่าสื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีกลุ่มคนสวมเสื้อยืดสีดำยังคงรวมตัวกันอยู่บนท้องถนน กระทั่งมีการจุดไฟเผาป้อมตำรวจและรถมอเตอร์ไซค์ 2 คัน มีการปิดถนน ปาก้อนหินและกิ่งไม้เข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งตอบโต้ด้วยการฉีดน้ำและยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่ และได้มีการจับกุมผู้ประท้วงไปอีก 65 คน ในข้อกล่าวหาว่าพยายามก่อความไม่สงบด้วยปืนลม อุปกรณ์สื่อสารและยึดวัตถุที่ใช้ประกอบระเบิดขวดไว้ได้

พยานของรอยเตอร์เปิดเผยว่าได้ยินเสียงดังปังเกิดขึ้นใกล้กับพื้นที่ที่มีรายงานว่าเกิดเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ตอบสนองต่อการขอความเห็นไปในวันศุกร์ว่าเกิดอะไรขึ้น
การชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีปราโบโว ที่เป็นอดีตนายพลซึ่งได้รับการเลือกตั้งมาด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนจำนวนมากในปี 2024 กำลังเผชิญกับความยากลำบากในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากประชาชน ภาคธุรกิจและนักลงทุนที่ต่างมีความวิตกกังวลกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโครงการประชานิยมอันทะเยอทะยานของปราโบโว ท่ามกลางความนิยมของปราโบโวที่ลดฮวบลงเหลือ 38% จากผลสำรวจในเดือนนี้ที่จัดทำโดยสำนักข่าวเทมโป

