สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ทรงสดุดี พระราชบิดาผู้เป็นที่รัก ในพระราชดำรัสครั้งแรก
สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 8 แห่งนอร์เวย์ ทรงรำลึกถึงสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 พระราชบิดาผู้ล่วงลับว่าเป็น “พระราชบิดาที่ดีและเป็นที่รัก” ในพระราชดำรัสเป็นครั้งแรกต่อประชาชน นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์ โดยพระสุรเสียงของพระองค์สั่นเครือด้วยความสะเทือนพระราชหฤทัยอยู่ชั่วขณะเมื่อทรงกล่าวถึงสมเด็จพระราชินีซอนยา พระราชมารดา ซึ่งทรงเป็นหม้ายภายหลังการสวรรคตของพระราชสวามี
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ซึ่งทรงก้าวออกจากเงาของพระราชบิดาของพระองค์เอง ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนและมีพระอุปนิสัยเปิดเผย พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่เป็นนักปฏิรูปประเทศตลอดระยะเวลากว่า 3 ทศวรรษแห่งการครองราชย์ ก่อนเสด็จสวรรคตเมื่อวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม ขณะมีพระชนมายุ 89 พรรษา
สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุน ฉลองพระองค์สูทสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาว และเนกไทสีดำ ทรงยกย่องสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ว่าเป็นพระราชบิดาที่อบอุ่นและทรงให้ความสำคัญกับครอบครัว ในพระราชดำรัสที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและถ่ายทอดทางโทรทัศน์จากพระราชวัง
“พระราชบิดาที่รัก ขอบพระทัยที่ทรงเป็นคุณพ่อที่แสนดีสำหรับมาร์ธากับผม” พระองค์ตรัส โดยทรงหมายถึงเจ้าหญิงมาร์ธา หลุยส์ พระขนิษฐา
“ผมจะคิดถึงพระองค์ ผมจะคิดถึงพระสรวลของพระองค์ ผมจะคิดถึงพระอุปนิสัยที่ทรงมีเมตตาและเป็นกันเองในการทรงพบปะผู้คนและทรงเผชิญกับสถานการณ์ต่าง ๆ” พระองค์ตรัสขณะประทับอยู่หลังโต๊ะ โดยมีพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ขณะทรงแย้มพระสรวลตั้งอยู่
พระองค์ตรัสด้วยว่า วันเสาร์นี้เดิมควรเป็นวันเฉลิมฉลองครบรอบ 58 ปีแห่งการอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยา ซึ่งยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่
“ขอถวายพระพรเนื่องในวันครบรอบวันอภิเษกสมรส พระมารดาที่รัก” สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนตรัส โดยพระสุรเสียงสั่นเครือด้วยความสะเทือนพระราชหฤทัยอยู่ชั่วขณะ
สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนทรงเน้นว่า พระองค์จะทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในแบบของพระองค์เอง เช่นเดียวกับที่พระราชบิดาทรงปฏิบัติมาก่อน และทรงย้ำถึงรากฐานสำคัญของนอร์เวย์ในฐานะราชอาณาจักรภายใต้ระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งสะท้อนผ่านคำถวายสัตย์ปฏิญาณที่พระองค์จะทรงมีต่อรัฐสภาในวันอังคาร เพื่อพิทักษ์รักษารัฐธรรมนูญและกฎหมายของประเทศ
“เราเชื่อมั่นในระบบการปกครองตนเองของเรา และในระบอบประชาธิปไตย เราเชื่อมั่นในสังคมที่ตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ซึ่งทุกคนมีคุณค่าเท่าเทียมกัน” พระองค์ตรัส
สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนเสด็จขึ้นครองราชย์โดยอัตโนมัติ ทันทีที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคต ตามระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของนอร์เวย์ จะไม่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เนื่องจากรัฐสภานอร์เวย์ได้ยกเลิกพระราชพิธีดังกล่าวไปตั้งแต่ปี 1908
“เราเชื่อมั่นในนอร์เวย์ที่มีพื้นที่สำหรับทุกคน เราจะสัมผัสได้ถึงพลังของชุมชนของเรา และรู้สึกอย่างลึกซึ้งในใจว่า เราคือประชาชนหนึ่งเดียวกัน” สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนตรัส
เมื่อพระราชดำรัสสิ้นสุดลง ประชาชนที่มาร่วมไว้อาลัยอยู่ด้านนอกพระราชวัง ซึ่งรับชมการถ่ายทอดพระราชดำรัสผ่านโทรศัพท์มือถือ ต่างพร้อมใจกันปรบมือขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน
นายโยนาส การ์ สเตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์เพียงไม่กี่นาทีก่อนการออกอากาศพระราชดำรัสวว่า สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนทรงมีพระลักษณะหลายประการคล้ายคลึงกับพระราชบิดา
“พระมหากษัตริย์พระองค์นี้ทรงมีบางสิ่งจากพระราชบิดา นั่นคือความสามารถในการสร้างบรรยากาศแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” นายสเตอเรกล่าวในการให้สัมภาษณ์บริเวณด้านนอกพระราชวัง
นับตั้งแต่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคต ประชาชนหลายหมื่นคนได้หลั่งไหลมายังพระราชวังหลวงเพื่อถวายความอาลัยแด่พระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับ ซึ่งประดิษฐานพระบรมศพเพื่อให้ประชาชนเข้าถวายความเคารพ โดยผู้มาถวายความอาลัยจำนวนมากต่างรำลึกถึงพระองค์ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปิดกว้าง ยอมรับความแตกต่าง และทรงมีขันติธรรมต่อผู้คนในสังคมทุกกลุ่ม
ทั่วประเทศนอร์เวย์มีการลดธงลงครึ่งเสา ขณะที่พระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ในฉลองพระองค์เต็มยศสามารถพบเห็นได้ตามป้ายรถโดยสาร รถราง และสถานีรถไฟใต้ดิน ตลอดจนตามร้านค้า สำนักงาน และอาคารสาธารณะต่าง ๆ
ถนนสายหลักคาร์ล โยฮัน ใจกลางกรุงออสโลเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจากทุกสาขาอาชีพและทุกภาคส่วนของสังคมที่มุ่งหน้าไปยังพระราชวัง หลายคนถือดอกไม้ การ์ดที่เขียนข้อความด้วยลายมือ ภาพวาด และธงชาตินอร์เวย์ขนาดเล็กติดมือมาด้วย
ผู้มาถวายความอาลัยต่างกล่าวชื่นชมพระราชจริยวัตรของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ทรงเปิดกว้างและยอมรับผู้คนจากทุกกลุ่ม
“พระองค์มีความหมายอย่างมากต่อพวกเราที่เป็นผู้อพยพ เรารู้สึกว่าได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างแท้จริง ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกเป็นชาวนอร์เวย์ได้ก็เพราะพระองค์” เวเซลินา วิตาโนวา ครูวัย 43 ปี ซึ่งมาจากบัลแกเรียกล่าว
ผู้มาถวายความอาลัยอีกรายหนึ่งกล่าวถึงพระราชดำรัสที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์พระราชทานไว้เมื่อปี 2016 ซึ่งกลายเป็นที่กล่าวถึงอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยพระองค์ตรัสว่า “ชาวนอร์เวย์คือผู้หญิงที่รักผู้หญิง ผู้ชายที่รักผู้ชาย และผู้หญิงกับผู้ชายที่รักกัน”
“คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงวิธีที่พระองค์ทรงมองผู้คน และวิธีที่พระองค์ทรงต้องการให้พวกเราชาวนอร์เวย์มองและปฏิบัติต่อกัน” มารี ไอดส์วอก วัย 32 ปี กล่าว โดยเธอสวมเสื้อยืดที่มีข้อความดังกล่าว พร้อมภาพสายรุ้งและภาพวาดสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ และว่า “ฉันคิดว่านี่เป็นคำกล่าวที่สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้”

