เกาหลีเหนือซัด สหรัฐคงนโยบายปรปักษ์ไม่เปลี่ยน ลั่นเสริมแกร่งนิวเคลียร์ หลักประกันปกป้องอธิปไตย
เกาหลีเหนือกร้าวใส่สหรัฐอเมริกาว่ายังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเปียงยางไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่งเกาหลีเหนือจะเสริมสร้างกองกำลังนิวเคลียร์ของตนเองให้แข็งแกร่งต่อไป โดยชี้ว่าอาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันในการปกป้องอธิปไตยของเกาหลีเหนือ
โฆษกกระทรวงต่างประเทศของเกาหลีเหนือเผยแพร่ถ้อยแถลงผ่านสำนักข่าวกลางเกาหลี(เคซีเอ็นเอ) เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม โดยกล่าวหาสหรัฐว่ายังคงท่าทีเผชิญหน้าผ่านการมุ่งมั่นที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนืออย่างสิ้นเชิง วิพากษ์วิจารณ์ประเด็นสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหลือและยังคงแผนปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้และญี่ปุ่นต่อไป
“รัฐบาลทรัมป์ได้ยืนยันอย่างเต็มที่อีกครั้งถึงนโยบายที่เป็นปรปักษ์อย่างไม่เปลี่ยนแปลงในการละเมิดอธิปไตย ระบบการเมือง และผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของเกาหลีเหนืออย่างไม่ยั้งคิด” โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าว พร้อมระบุว่า อาวุธนิวเคลียร์เป็นหลักประกันในการปกป้องอธิปไตยของเกาหลีเหนืออย่างแท้จริง
โฆษกกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือบอกด้วยว่า การคาดหวังว่าจะมีการผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคนั้นเป็นเรื่อง “ไร้ประโยชน์” โดยนโยบายของเกาหลีเหนือที่มีต่อสหรัฐนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ท่าทีข้างต้นเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ได้มีคำสั่งการเมื่อต้นเดือนนี้ให้ลดขนาดปฏิบัติการซ้อมรบร่วมประจำปีระหว่างสหรัฐกับเกาหลีใต้ที่ใช้ชื่อว่า “อุลชี ฟรีดอม ชิลด์” โดยให้เหตุผลว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีกับ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ และการซ้อมรบดังกล่าวนั้นยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเป็นการส่งสัญญาณที่เป็นปรปักษ์ต่อเปียงยางโดยไม่จำเป็น
ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้แสดงความประสงค์ที่จะฟื้นการพบปะสุดยอดครั้งใหม่กับผู้นำคิมด้วย หลังจากทั้งสองเคยพบปะสุดยอดกันมาแล้ว 3 ครั้ง ระหว่างปี 2018-2019
อย่างไรก็ตาม สหรัฐ เกาหลีใต้และญี่ปุ่นยังมีแผนจะปฏิบัติการซ้อมรบร่วมกันที่เรียกขานว่า “ฟรีดอม เอดจ์” ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความร่วมมือในการต่อต้านภัยคุกคามจากนิวเคลียร์และขีปนาวุธระหว่างกัน ในระหว่างวันที่ 7-11 กันยายนนี้ด้วย

