หน้าแรก ต่างประเทศ หุ้นเอเชียร่ว...

หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่

2.09.26 | 08:23 น.
REUTERS

หุ้นเอเชียร่วง น้ำมันพุ่งทะลุ 95 ดอลล์ หลังมะกันโจตีอิหร่านระลอกใหม่

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงทันทีในช่วงเปิดการซื้อขายเช้าวันพุธที่ 2 กันยายน หลังความตื่นตระหนกในตลาดโลกที่มีต้นตอมาจากความผันผวนและแรงเทขายในตลาดพันธบัตร ส่งผกระทบลุกลามเข้าสู่ภูมิภาคเอเชีย หลังสหรัฐกลับมาโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง


สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังตลาดเอเชียกลับมาเปิดทำการซื้อขาย โดยเพิ่มขึ้น 0.7% มาอยู่ที่ 95.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังการโจมตีครั้งใหม่ของสหรัฐต่ออิหร่าน

ก่อนหน้านี้ราคาซื้อขายน้ำมันเบรนท์ล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 4.16 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 94.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น 4.46 ดอลลาร์ หรือ 5.2% ปิดที่ 90.22 ดอลลาร์ กลายเป็นราคาปิดสูงสุดสำหรับน้ำมันเบรนต์นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม และสำหรับน้ำมัน WTI นับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือว่าพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์

นักวิเคราะห์ของเวสต์แพกระบุว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดการหยุดชะงักเพิ่มเติมต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้ก่อให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดแรงเทขายหุ้นในตลาดสำคัญส่วนใหญ่ และเกิดการเทขายอย่างหนักในตลาดพันธบัตรทั่วโลก

Advertisement

ดัชนี MSCI ที่วัดผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ไม่รวมญี่ปุ่น ลดลง 0.8% ในการซื้อขายช่วงแรก ขณะที่ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้ร่วงลง 3% ทันทีในช่วงเปิดตลาด และดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นลดลง 2.2% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนี S&P 500 ทรงตัว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 0.4 จุดพื้นฐาน มาอยู่ที่ 4.798% ขณะที่ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้วัดความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล เคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 99.67

การซื้อขายเมื่อคืนที่ผ่านมาในตลาดวอลล์สตรีท ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.7% ขณะที่ดัชนี Nasdaq Composite ร่วงลง 1% เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่พุ่งสูงขึ้นสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น

การปรับตัวลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อมูลจากสถาบันเพื่อการจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคาร แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมภาคการผลิตของสหรัฐชะลอตัวลงในเดือนสิงหาคม เนื่องจากคำสั่งซื้อใหม่ลดลง แม้จะยังคงอยู่ในช่วงขยายตัว

นักลงทุนเชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป ซึ่งจะมีขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ แม้ว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่แน่นอนก็ตาม

ด้านราคาทองคำทรงตัวอยู่ที่ 4,328.59 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่บิตคอยน์ลดลง 0.2% อยู่ที่ 77,246.57 ดอลลาร์ และอีเธอร์ลดลง 0.3% อยู่ที่ 2,412.60 ดอลลาร์