ศาลสหรัฐระงับคำสั่งทรัมป์ ไม่ให้สัญชาติอเมริกันแก่เด็ก แม่เข้าประเทศมาคลอด
รอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กันยายน ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำสั่งระงับการดำเนินการจำกัดจำนวนผู้ได้รับสัญชาติอเมริกันโดยกำเนิด ของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตามคำร้องของกลุ่มนักเคลื่อนไหวส่งเสริมสิทธิของผู้โยกย้ายถิ่นฐาน
นับตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่ผ่านมา ทรัมป์ พยายามยกเลิกหรือจำกัดการให้สัญชาติโดยกำเนิด โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ศาลสหรัฐมีคำวินิจฉัยปฏิเสธคำสั่งการยุติการให้สัญชาติโดยกำเนิดแก่เด็กที่เกิดในสหรัฐ แต่บิดาและมารดาไม่ใช่ พลเมืองอเมริกันหรือผู้ที่ถือกรีนการ์ด ซึ่งเป็นบัตรประจำตัวมอบให้แก่ผู้มีถิ่นพำนักถาวรตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ภายหลังคำวินิจฉัยดังกล่าว ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารฉบับใหม่เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม โดยมุ่งเป้าไปที่ ‘การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร’ ซึ่งหมายถึงกรณีที่มารดาเดินทางมายังสหรัฐเพื่อคลอดบุตรโดยเฉพาะ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติอเมริกัน
คำสั่งดังกล่าวระบุอีกว่า อาจมีโอกาสที่เด็กจะถูกปฏิเสธการให้สัญชาติ ในกรณีที่บิดาหรือมารดาทำงานให้กับรัฐบาลต่างประเทศภายในสหรัฐ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงหรือการทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติ หรือถูกจัดอยู่ในสถานะ “บุคคลต่างด้าวที่เป็นศัตรู”
ศาลระบุว่า เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวขัดต่อบทบัญญัติว่าด้วยสัญชาติในบทแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 14 ของสหรัฐ เนื่องจากในคดี Barbara v. Trump ระบุอย่างชัดเจนว่า บุคคลที่เกิดในสหรัฐและอยู่ภายใต้อำนาจศาลสหรัฐย่อมได้รับสัญชาติอเมริกันตั้งแต่แรกเกิด
คำสั่งของผู้พิพากษายังห้ามหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐ รวมถึงกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และสำนักงานประกันสังคม ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการแทรกแซง ปฏิเสธ หรือไม่ยอมรับสถานะความเป็นพลเมืองของเด็กที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองในลักษณะเดียวกันกับคดีดังกล่าวด้วย

